เมนูหลัก
หน้าหลัก
อ่านกระทู้กับฟิโรโดซิเอ
สมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
บ้านหลังแรกของฟิโรฯ
อาณาจักรเอนไซม์ "นรินดา"
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
มติชน
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
สยามธุรกิจ
คมชัดลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
สยามรัฐ
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
อีการ์ดสวยๆ
โหวตสติคเกอร์
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
คุยสบายๆ สไตล์ฟิโรโดซิเอ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ชีวิตนี้สำคัญนัก...(เรื่องยาว)ของ สมเด็จพระญาณสังวร(ตอน 4 )
(Reader : 443)
เราเริ่มกันสายหน่อยนะครับ แต่..เริ่มอ่านกันได้เลย พวกเราพร้อมกันหรือยังครับ มีเรื่องดีๆ ที่น่าอ่านอยู่..ครับ

สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับกรรม..

อย่าเป็นผู้ปฏิเสธเรื่อง..กรรม และการให้ผล..กรรม อย่างปราศจากเหตุผล คือ อย่าปฏิเสธดื้อๆ ว่าใครจะคนเกิดเป็นอะไรมาก่อน ก็ตามก็..ไม่ใช่เรา

เราไม่เคยเกิดเป็นเช่นนั้นแน่ คน..จะเกิดมาแต่..สัตว์ไม่ได้ สัตว์..จะไปเป็น..คนก็ไม่ได้ ไม่มี..เหตุผล

เป็นความเชื่อที่ปราศจาก..เหตุผล เป็นคนสมัยใหม่แล้วจะเชื่ออย่างนั้นไม่ได้ เพื่อความไม่ประมาท จงอย่าปฏิเสธ โดยไม่รู้จริงเช่นนี้ เพราะวันหนึ่งหนีไม่พ้นผลที่น่ากลัวนักของ..กรรม

เด็กบางคน วิ่งเล่นอยู่อย่าสนุกสนาน ในโรงเรียน อยู่ๆก็มีลูกปืนแล่นเข้ามาตัดชีวิต ปลิดชีพจากโลกนี้ไปง่ายดาย

เด็กตายไปแล้ว ไปก็เป็นสุข ไปเป็นทุกข์ก็เรื่องหนึ่ง แต่มารดาบิดา ต้องสูญเสียลูกไปปุบปับ เป็นเรื่องหนึ่งที่พิจารณาให้เกิดความเข้าใจ ในเรื่องของ..กรรมและการให้ผลของ..กรรม

ว่าต้องเคยทำ..กรรม..มาแสนสาหัส ให้เกิดแก่ผู้ใดมาก่อนแล้วในอดีต จึงต้องทำให้ได้รับความทุกข์แสนสาหัส จากผู้ที่ไม่รู้จักหน้าค่าตา ผู้ไม่ปรารถนาจะก่อทุกข์โทษภัยใดๆเลย

และทุกคนมีโอกาสจะประสบเหตุเช่นนั้น เป็นไปได้ที่อยู่ดีๆ จะต้องสูญเสียยิ่งใหญ่ เช่น มารดาบิดาที่เสียลูกไป อย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ รู้ได้แต่แน่นอนเพียงว่า นั่นเป็นผลของ..กรรมไม่ดี ที่ต้องได้กระทำไว้ในภพชาติใด ชาติหนึ่งแน่นอน..
เขียนโดย : อมิตตาพุทธวัน/เวลา : 25/2/2551 10:25:16
สิ่งสำคัญที่ควรอบรมให้ยิ่งในชีวิตนี้..

พระสำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นพระดี เป็นพระสำคัญยิ่งคือ สมเด็จพระพุฒจารย์(โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม มีเรื่องเล่าถึงท่านว่า..

ครั้งหนึ่ง พระในวัดของท่าน ตีเพื่อนพระด้วยกันจนหัวแตก ท่านได้ชำระความ ด้วยการบอกพระที่เป็นเจ้าทุกข์ว่า เป็นฝ่ายผิด เพราะเป็นผู้ทำเขาก่อน

เมื่อเป็นที่ พิศวงสงสัย ที่ท่านตัดสินเช่นนั้น ท่านก็อธิบายว่า พระองค์ที่ถูกตีหัวแตกในชาตินี้ ต้องได้ตีพระอีกองค์หนึ่งมาก่อน ไม่ในชาติใดก็ชาติหนึ่ง

ถ้ารับโทษ ที่ทำในชาตินี้ ก็จะไม่สิ้นสุดเวรกรรม ถ้าไม่โทษความผิดในชาตินี้ ก็จะเป็นอันเลิกแล้วต่อกัน

ได้ถามความสมัครใจ ของพระองค์ที่ถูกตีหัวแตก ต้องการอย่างไร พระองค์นั้นก็ยินดียกโทษ ไม่เอาเรื่อง เป็นอันเลิกแล้วต่อกัน

ท่านว่าจะได้มีการ..จองเวร..ต่อไป เรื่องนี้ท่านสอนให้เห็นว่า..เมื่อทำกรรมใดแล้ว จักต้องได้รับผลตอบแทนแน่..

แม้ข้ามภพข้ามชาติ กรรมใดจักได้รับผลนั้น ผู้ใด..ทำผู้นั้นจัก..ได้รับ ไม่ช้า..ต้อง..ได้รับ และจะไม่จบสิ้นแม้ไม่มีการเลิกผูกเวร ถ้าเลิกผูกเวรก็จะจบสิ้นเพียงนั้น

การให้..อภัย..ด้วยใจจริง ในความผิดของผู้อื่น ของผู้อื่นที่ทำต่อตน จึงเป็นความสำคัญ เป็นสิ่งที่ควรอบรมให้ยิ่ง
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :25/2/2551 10:35:40
การระลึกชาติ แสดงถึงความมีภพชาติ..

คนระลึกชาติได้ทึกวันนี้ยังมีอยู่ บางคนก็ระลึกตั้งแต่อายุน้อย พอพูดได้ก็บอกได้เป็นเรื่องเป็นราว..ขอให้พาไปหาพ่อแม่เก่า ที่บ้านนั้นบ้านนี้ บาวคนเห็นรูปใครบางคนก็สนใจมากมาย ถามชื่อ และบางรายก็บอกเล่าเรื่องอดีต เคยใกล้ชิดกับผู้นั้นผู้นี้ ว่าเคยเป็นทหารไปร่วมรบในอดีตกาลนานไกล

ที่น่าอัศจรรย์..ก็คือ ที่เด็กชายเล็กๆบางคนเล่าว่า เคยเป็นทหาร ร่วมรบด้วยกันกับ สมเด็จพระบรุพบรมกษัตริยาธิราชเจ้าบางพระองค์ ทั้งที่เขายังเป็นเด็กชายไร้เดียงสา เขายังไม่ทันจะรู้ว่า พระมหากษัตริย์ของเขา พระองค์นั้นทรงเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่

และเขาก็ยังบริสุทธิ์ เกินกว่าจะแต่งเรื่องราว ขึ้นหลอกลวงเพื่อประโยชน์อย่างใด ผู้ที่ได้ฟังเขาพูดอย่างเด็กทารกไร้เดียงสา จึงยอมรับว่าเขากำลังระลึกได้ถึงอดีตชาติของเขา นี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่แสดงความมีภพชาติ ในอดีตของคนทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายในปัจจุบันชาติ

ท่านพระอาจารย์สำคัญองค์หนึ่ง ทีเป็นพระปฏิบัติ ท่านเดินป่าอยู่เป็นประจำ ในชีวตของท่าน โดยเพื่อนปฏิบัติธรรม ร่วมทางไปด้วยเป็นบางครั้งบางคราว เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อพบช้างในระหว่างทาง ท่านพระอาจารย์องค์นั้นจะต้องเป็นผู้นำเจรจา ปราศรัยกับช้าง

จะพูดจากับช้างใหญ่ ด้วยภาษามนุษย์ และท่านก็วาจาไพเราะ อ่อนโยนยิ่งนักเป็นที่เจริญหู เจริญใจ ก็ฟังท่านโดยดี เมื่อท่านขอให้หลีก ก็จะหลีกหลบ ก็หลบ ขอให้ไปให้พ้น ก็จะไปให้พ้น

ท่านทำได้เช่นนี้ โดยที่องค์อื่นทำไม่ได้ เพราะอะไรน่าจะตั้งปัญหานี้ขึ้น และผู้ไม่ปฏิเสธว่า ผู้อยู่ในปัจจุบันชาตินั้นมีอดีตชาติ ย่อมจะยอมคิดว่าท่าน พระอาจารย์องค์นั้นมีอดีตชาติ

ย่อมจะคิดว่าท่าน พระอาจารย์องค์นั้น ท่านคงจะมีอะไรเกี่ยวข้อง กับช้างมา แต่อดีตชาติ

และจะต้องเกี่ยวข้อง กับช้างอย่างสำคัญ ในชาตินี้ท่านจึงสามารถ พูดจากับช้างได้รู้เรื่อง และก็ยินดีอ่อนให้ท่านอย่างน่าอัศจรรย์นัก

เมื่อคิดเช่นนี้ ก็น่าจะคิดต่อไปได้ว่า จากช้างก็มาเป็นมนุษย์ได้ สำหรับผู้มีญาณหยั่งรู้ในอดีต ย่อมได้ว่าท่านพระอาจารย์องค์นั้น ท่านอาจจะเคยเกิดเป็นช้างสำคัญมาก่อน จะมาเป็นมนุษย์ในชาติภพนี้ ก็เป็นไปได้

และก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน ที่ท่านอาจจะเกิดเป็นช้างอยู่อีกหลายภพหลายชาติ ในบรรดาภพชาติที่นับไม่ถ้วน..
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :25/2/2551 10:51:54
อกุศลกรรมนำไปสู่ทุคติ

เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ในภพชาตินี้ และสามารถ มีญาณหยั่งรู้ภพชาติในอดีตของตนที่เป็นสัตว์ เช่น ญาณพระอาจารย์ องค์สำคัญที่ท่านเล่าไว้ว่า..

เคยเกิดมาเป็นไก่ ย่อมรู้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างความเป็นคน กับเป็นสัตว์ ย่อมได้ความสลดสังเวช และย่อมได้ความหวาดกลัว ความเวียนว่ายตายเกิดเป็นที่สุด

เพราะได้รู้..ชัดด้วยตัวเองแล้วว่า การพลาดพลั้งทำกรรมไม่ดี ไม่ว่าจะในทางกาย ทางใจ คือ การนำไปสู่ทุคติต่างๆ อันไม่เป็นที่พีงปรารถนาอย่างยิ่ง อันจักก่อให้เกิดความทุกข์ร้อนนานาประการ

เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :26/2/2551 11:44:09
การที่อยู่ดีๆ ก็ถูกจี้ปล้นจนถึงชีวิต เป็นการต้องตายจากผู้เป็นอันที่รัก สิ่งเป็นที่รักอย่างไม่รู้ตัว อย่างไม่อาจขอความช่วยเหลือ จากผู้ใดได้

ผู้นับถือพระพุทธศานารู้ว่า นั่นเป็นผลของกรรม ที่ต้องได้กระทำไว้แล้วในภพชาติใด ภพชาติหนึ่ง ซึ่งปุถุชนคนที่ไม่มีญาณพิเศษ ทั้งหลายอาจหาอาจรู้ชัดไม่ว่า ได้มีการทำกรรมอันเป็นกุศลเหตุนั้น ตั้งแต่เมื่อใด จะส่งผลเมื่อใด
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :26/2/2551 11:47:51
ทุกชีวิตผ่านภพชาติในอดีตมามากมาย..

แต่ผู้ปฏิบัติธรรม จนสามารถมีความรู้..พิเศษ..จะรู้ได้ และบางทีก็แสดงให้รู้ล่วงหน้า เช่นที่พระอาจารย์สำคัญองค์หนึ่ง ท่านได้ปรารถให้ได้ยินเนืองๆว่า..

อดีตท่านเคยขับเกวียนทับเด็กตาย โดยจงใจเจตนา ดังนั้นจะต้องได้รับผลกรรมนั้น คือ จะต้องถูกรถชนเสียชีวิตแน่ ในภพชาตินี้

ท่านปรารถอยู่นานปี และแล้ววันหนึ่งท่านก็เตรียมตัวออกเดินทางจากวัด เมื่อถูกทักท้วงว่ารุ่งขึ้น จึงจะถึงวันที่ท่านได้รับอาราธนาในการทำบุญบ้านหนึ่ง ท่านก็ตอบว่าๆ ตรงไปตรงมา ว่าถึงเวลานั้นแหละถูกแล้ว ไม่มีผู้เข้าใจความหมายของท่าน

และในวันหนึ่ง เมื่อออกไปพ้นวัดเพียงไม่นาน รถที่ท่านนั่งก็คว่ำ ทับร่างท่านมรณภาพทันที ท่านมรณภาพเพียงองค์เดียว คนอื่นทุกคนปลอดภัย

หลังจากนั้นไม่กี่วันได้ทีการทำศพ ปรากฏว่าอัฐิของท่านที่ยังไม่ทันเย็นสนิท ได้กลายเป็นมณีสีแดงสีสวยงามต่างๆกัน ที่รู้จักกันดีในบรรดาพุทธศาสนาชนทั้งหลายว่า คือ พระธาตุ..

เครื่องหมายแสดงความไกล..กิเลส..สิ้นเชิงแล้ว พระอาจารย์ท่านนี้ ท่านไม่เพียงแสดงความไกล..กิเลส..สิ้นเชิงแล้ว กรรมที่..ผู้ใดทำแล้วจักต้องได้รีบ..ผล แม้จะปฏิบัติธรรมสูงสุด ก็ยังหนีไม่พ้น ท่านยังแสดงให้เข้าใจด้วยว่า ทุกชีวิตที่ผ่านภพชาติในอดีตมาแล้ว จะต้องผ่านมามากมาย ด้วยกันทั้งนั้น
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :26/2/2551 11:57:09

 

Log in before, please.

 


 
© 2020 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com