เมนูหลัก
หน้าหลัก
อ่านกระทู้กับฟิโรโดซิเอ
สมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
บ้านหลังแรกของฟิโรฯ
อาณาจักรเอนไซม์ "นรินดา"
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
มติชน
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
สยามธุรกิจ
คมชัดลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
สยามรัฐ
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
อีการ์ดสวยๆ
โหวตสติคเกอร์
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
คุยสบายๆ สไตล์ฟิโรโดซิเอ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
หัวใจของกรรมฐาน ของหลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน ( 5 )
(Reader : 769)
ตั้งสติกำหนดจิต หลับตาพิจารณาอารมณ์

พระพุทธเจ้าสอนให้มีหลักมีฐาน สอนกฏแห่งหรรม มานั่งกรรมฐาน เรายืนหนอ 5 ครั้งได้ ท่านจะได้รู้กฏแห่งกรรมทันที ทบทวนจิตของเรา หายใจยาวๆ กำหนดพองหนอ ยุบหนอ ต้องหายใจยาวๆ

แต่เวลายืนหนอ 5 ครั้ง อย่าไปดึงลมหายใจ กำหนดลงมาเลย ยืนแล้ว..หนอ จากสะดือลงไป แล้วยืนด้วยปลายเท้า ยืนถึงสะดือ แล้วก็หนอ ขึ้นมาขาพอเหมาะ 5 ครั้ง แต่เวลายืนแล้วหลับตา หลับตาแล้วก็ต้องพิจารณา
เขียนโดย : ฟิโรโดซิเอวัน/เวลา : 4/3/2551 5:31:16
ตั้งสนติกับจิตไว้ให้อยู่ด้วยกัน ยืน..หนอช้าๆ ทำได้ 5 ครั้ง แล้วก็ลืมตาดูที่ปลายเท้า แล้วก็ขวาย่างหนอ ที่พูดนี่ง่ายมาก แต่ทำกันไม่ค่อยได้..ทำไม่ได้ คนทำได้จะดูรู้เลย จะสำรวมอยู่เสมอ จะสำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมจิตอยู่เสมอ

ขวา ย่าง หนอ แล้วก็หยุด ซ้าย ย่าง หนอ หยุด หมายความว่า เวลาเดินขวาซ้าย ให้เราดูที่เท้าอย่าไปดูที่อื่น เวลายืนหฟนอ 5 ครั้ง ให้เราดูที่ศรีษะ ลงปลายเท้า ปลายเท้ากับศรีษะ หลับตาพิจารณาอารมณ์ของเรา
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 5:34:53
เปลี่ยนอารมณ์ร้าย กลายเป็นอารมณ์ดี

ทำอย่างนี้ 5 ครั้งแล้ว อารมณ์ที่เคยร้ายกลับดีทันที มีสติอยู่กับจิตใจเมื่อใด อารมณ์ท่านจะคืนกลับร้ายกลายเป็นดีได้ นี่ทำตรงนี้เขาเรียกว่า เกศา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกศา โยมผู้ชายเคยบวช อุปชัฌาย์ให้กรรมฐานก่อนห่มผ้ากาสาวพัสตร์

ถ้าหากว่าพระทำได้ทุกพระองค์ ก็จะไม่มีเรื่องฉาวโฉ่ในวงการคณะสงฆ์ ท่านจะเป็นที่น่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชน ในฐานะเป็นสมณะผู้สงบ ในฐานะเป็นพระใจประเสริฐ ในฐานะเป็นบรรพชิต ในฐานะเป็นภิกษุว่านอนสอนง่าย

ภิกษุแปลว่า..ฝากชีวิตไว้กับญาติโยม โยมมีอะไรให้ฉันก็ฉันอย่างนั้น ไม่มีก็ไม่ฉัน อย่างนี้เรียกว่า ภิกษุในพระพุทธศาสนานั่นเอง
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 5:40:30
เส้นทางของสติปัฏฐาน

คนที่มีธรรมะดี จะอ่อนน้อมถ่อมตน ดูได้โดยไม่ยาก คนก้าวร้าวต่อพ่อแม่ หรือผู้มีพระคุณแล้ว ไม่มีธรรมะเลย คนที่เจริญกรรมฐาน จะสวยน่ารักอยู่เสมอ
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 5:42:04
การเดินจงกรมเรียกว่า กายานุปัสสนาฯ ยืน เดิน นั่ง นอน พยายามยึดหลักนี้ ขณะที่เดินจงกรมไปนั้นดูว่า จิตเกิดขึ้นกี่ดวง จิตกำหนดขวา ย่างกับจิตกำหนดซ้ายย่าง ดวงเดียวกันไหม..ดูด้วย

แล้วอะไรมันดับตรงไหน จิตเกิด จิตดับ ที่ตรงไหนประการใด ถ้าท่านรู้ตรงนี้ท่านจะได้ แยกรูปแยกนามขันธ์ 5 เป็นอารมณ์ได้ ถ้าแยกไม่ออก บอกไม่ได้ แสดงว่าท่านไม่มีปัญญา ไม่มีข้อคิด ขาดสติปัญญากรรมฐานมีความสำคัญตรงนี้
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 5:45:30
ขณะที่เดินจงกรมเกิดเวทนาขึ้นมา อยู่ในท่าใดให้อยู่ในท่านั้น เช่นเกิดตรงคอ ก็หลับตากำหนดที่คอ เมื่อยหนอ หรือ ปวดหนอ ปวดหนอ ปวดหนอ พอจิตกำหนดได้และความปวดเบาลงไป เราก็เดินจงกรมต่อไปใหม่

ขณะเดินจงกรมอยู่ เกิดเสียใจ เกิดคิด อารมณ์เก่า ตั้งแต่ครั้งไหนมาก็ไม่ทราบ เกิดเสียใจก็หยุด ในท่าขวายาง ซ้ายย่าง อยู่ในท่าใดให้อยู่ในท่านั้น อย่าไปชิดเท้า กำหนดเสียใจหนอก ที่ลิ้นปี่ หายใจยาวๆ เสียใจหนอๆ สมมิตว่า เสียใจ เสียใจหนอหายใจยาวๆ ตั้งแต่จมูกถึงสะดือแล้ว..

กำหนดตรงนี้ พอปัญญาเกิด สมาธิดี จะบอกเลยว่า เสียใจเรื่องอะไร ไม่น่าจะเสียใจ คือ การบอกเล่าตัวเอง ตัวเองสอนตัวเอง ไม่ต้องให้คนอื่นมาสอน การเสียใจก็หายไป มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีการเสียใจอีกต่อไป และจะไม่คิดเรื่องนั้นอีกต่อไปด้วย กลับออกไปเลย แล้วก็ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ต่อไปใหม่..
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 5:56:32
โกรธใครขึ้นมา พอมีสติปัญญาแล้วนึกโกรธเรื่องเก่า ที่ผูกพยาบาทเขามา เมื่อ 10 ปีแล้ว แก้แค้นเขามาจิตจะหมองมัวตลอด ทำจิตให้ใสให้สะอาด ปฏิบัติธรรมะ อย่าโกรธ สิตปัญญาบอกเราว่า โกรธหนอที่ลิ้นปี่ หายใจยาวๆ โกรธหนอ โกรธหนอ โกรธหนอ พอสติดีปัญญาเกิด ปัดโธ่เอ๋ย..

เราไปโกรธเขามาตั้งนานแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่า เราโกรธเขา ทำให้ใจเราเศร้าหมองมาตั้ง 10 ปี รับธรรมะก็ไม่ขึ้น ทำอะไรก็ไม่ดี เพราะไปสร้างกรรมด้วยตัวเอง ไม่รู้จักแก้ไขปัญหาชีวิต พอมาเจริญกรรมฐานก็ไม่โกรธ ตัดปัญหา แผ่เมตตาทันที นั่งกรรมฐานเสร็จแล้วก็แผ่เมตตา ก็ตัดความโกรธออกไป ใจคอก็โปร่ง ใจก็สบาย เอาของหนักใจ ออกจากจิตใจเราไปได้ ก็เดินจงกรมต่อไปใหม่
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 6:00:33
กลับหนอ กลับหนอ แล้วก็ยืนหนอ ยืนหนอ 5 ครั้ง ทำให้มันถูกวิธี ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ผล จะไม่ได้อานิสงข์แต่อย่างใด ปวดเมื่อที่ไหนกำหนด ปวดหนอ ปวดหนอ ปวดตรงไหน พอกำหนดได้แล้ว ก็เดินจงกรมต่อไปใหม่ พอได้จังหวะดีก็นั่ง นั่งลงไป ย่อตัวลงไป นั่งหนอ นั่งหนอ นั่งหนอลงไป อย่าให้มันขาดอิริยาบถ

เอามือขวาทับมือซ้าย นั่งขัดสมาธิ แล้วหายใจเข้าให้ยาวๆ หายใจออกยาวๆ พองหนอ ยุบหนอ ให้เกิดจังหวะ ถ้าหายใจไม่ได้ จังหวะก็หายใจใหม่ หายใจยาวๆ ถ้าไม่ได้อีก ให้นอนหงายลงไป จับที่ท้อง ที่ท้องน้อย ที่สะดือ หายใจยาวๆ พร้อมกับพอง หายใจออกยาวๆ พร้อมกับยุบ จับได้แล้วนั่งใหม่ พอหงหนอ พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ มันจะปวด เวทนา

เวทนาแปลว่า ธรรมชาติ มันเกิดเอง มันเกิดโดยธรรมชาติ มันปวดเมื่อยเป็นธรรมดา และธรรมชาติ

เรามีสติ เอาจิตที่ปักไปที่เวทนา เช่นเราปวดขา ปวดหนอ หวดหนอช้าๆ เดี๋ยวมันก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปแยกออกไป จิตก็ไม่กังวล จิตไม่ไปกังวลแล้ว ความปวดนั้นก็หายไป นานๆไปหนักเข้ามันจะคุ้นเคย กับเวทนานั้น

เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 6:06:50
สาม จิตตสนุสรณ์สติปัฏฐาน เป็นธรรมชาติ คิดอ่านอารมณ์ รับรู้อารมณ์ไว้เรื่อยๆ เหมือนเทปบันทึกเสียง ไม่มีตัวตนให้เราคลำ เกิดทางไหน? เกิดทางอินทรีย์ ตาเห็นรูปเกิดจิตที่ตา หูได้ยินเสียง เกิดจิตที่หู จมูกได้กิล่น เกิดจิตที่จมูก ลิ้นรับรสก็เกิดที่ลิ้น กายสัมผัสก็เกิดขึ้นที่ร่างกายสังขาร

ถ้าเราหูหนวกแปลว่า หลอดขาด หลอดไฟขาด ต่อชีวิตไม่ติด ตาบอดทั้งสองข้างแล้ว หลอดขาดเราจะเปิดสวิทซ์ไฟอย่างไรไฟก้ไม่ติด ฉันใดฉันนั้น
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :4/3/2551 6:09:54
สาธุค่ะ ชอบจังเลยค่ะ หนูจะนำไปปฏิบัติ
เขียนโดย :ติ๊ก
วัน/เวลา :4/3/2551 8:03:56
สาธุ..คะ
เขียนโดย :พี่เลขา
วัน/เวลา :4/3/2551 9:26:59

 

Log in before, please.

 


 
© 2020 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com