เมนูหลัก
หน้าหลัก
อ่านกระทู้กับฟิโรโดซิเอ
สมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
บ้านหลังแรกของฟิโรฯ
อาณาจักรเอนไซม์ "นรินดา"
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
มติชน
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
สยามธุรกิจ
คมชัดลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
สยามรัฐ
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
อีการ์ดสวยๆ
โหวตสติคเกอร์
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
คุยสบายๆ สไตล์ฟิโรโดซิเอ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ชีวิตนี้สำคัญนัก...(เรื่องยาว)ของ สมเด็จพระญาณสังวร(ตอน 10 )
(Reader : 453)
อำนาจร้ายแรงแห่งกรรม..

ทุกวันนี้ มีตัวอย่างผู้ที่ถูกมือแห่งกรรมตามทัน จับได้มากมาย คนสวยคนงามถูกมือของกรรมร้ายทำได้ กลายเป็นคนสิ้นสวย สิ้นงาม ทนความรู้สึกของตนเห็นรูปลักษณ์ของตนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

บางคนแขนขาบริบรูณ์ ถูกมือของกรรมร้าย ทำให้กลายเป็นเหลือขาครึ่งเดียวบ้าง ข้างเดียวบ้าง
เขียนโดย : อมิตตพุทธวัน/เวลา : 3/6/2551 23:29:46
บางคนมีลูกรักดังดวงใจ ลูกออกจากบ้าไปแล้ว ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย มือของกรรมร้าย ปลิดชีวิตของเขาแล้วอย่างโหดเหี้ยวอำมหิต กลายเป็นศพคอขาด ไส้ทะลักก็มี

คนบางคนหลับอยู่ในบ้านเรือนของตน ด้วยความรู้สึกปลอดภัยแท้ๆ แต่ก็กลับมีมือของกรรมร้าย เอื้อมเข้าไปห่ำหั่น ถึงฟูกถึงหมอน เสียเลือดเสียเนื้อและเสียชีวิต คือ อำนาจร้ายแห่งกรรม
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :6/3/2551 10:53:15
ไม่มีผู้ใดได้รับสิ่งที่ตนไม่ได้ทำไว้ด้วยตนเอง

ดังที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ท่านตัดสินความระหว่างสององค์ว่า องค์ที่ถูกทำร้ายเป็นผูที่ทำร้ายก่อน ผู้ไม่เข้าใจเรื่องกรรม และการให้ผลของกรรม ก็จะคิดว่า สมเด็จฯท่านไม่ยุติธรรม ตัดสินเข้าข้างคนผิด แต่ผู้เข้าใจเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม ย่อมเดข้าใจคำตัดสินของสมเด็จฯท่าน

ไม่มีผู้ใดจะได้รับสิ่งที่ตนไม่ได้ทำไว้ด้วยตนเอง

ทำไว้ในอดีจ มารับผลในปัจจุบันได้

ทำในปัจจุบัน ก็จะได้รับผลในอนาคตเช่นกัน

และอนาคตนั้น ไม่หมายถึง ต้องข้ามภพช้ามชาติเสมอไป อนาคตในภพชาตินี้ก็ได้

ดังนั้น แม้เชื่อในเรื่องของกรรม และการให้ผลของกรรม หรือไม่เชื่อก็ตาม ก็ไม่สมควรเสี่ยงรับผลร้ายที่จะเกิดแต่การทำไม่ดี ความไม่ดีหนักหนาเพียงไร ยิ่งได้ผลร้ายแรงเพียงนั้น ยิ่งไม่สมควรเสี่ยงอย่างที่จะทำความดีหนักนั้น
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :6/3/2551 11:00:38
ไม่มีผู้ใดจะได้รับสิ่งที่ตนไม่ได้ทำไว้ด้วยตนเอง

ทำไว้ในอดีต มารับผลในปัจจุบันได้

ทำในปัจจุบัน ก็จะได้รับผลในอนาคตเช่นกัน

และ อนาคตนั้น ไม่หมายถึง ต้องข้ามภพ เสมอไป อนาคตในภพชาตินี้ก็ได้

ดังนั้น แม้เชื่อในเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรมหรือไม่เชื่อก็ตาม ก็ไม่สมควรเสี่ยงรับรองผลร้ายจะเกิดแต่การทำความไม่ดี ความไม่ดีหนักหนาเพียงไร ยิ่งได้ผลร้ายแรงเพียงนั้น ไม่สมควรเสี่ยงอย่างยิ่งที่ จะทำความดีหนักนั้น
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :6/3/2551 11:04:18
อำนาจของกรรมชั่วร้าย

อำนาจของกรรมชั่วร้ายนั้น สามารถทำให้ธรณีแยกออกสูบผู้ทำกรรมนั้นได้ พระเทวทัตเป็นตัวอย่างที่แสดงความน่ากลัว ที่สุดของกรรม ท่านคิดทำร้ายพระพุทธเจ้า แม้เพียงทำได้เล็กน้อยนัก คือเพียงทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต และสำนึกผิดได้ในที่สุด พร้อมจะขอประทานโทษ

แต่ก็หนีมือ แห่งกรรมร้ายแรงที่ทำไว้ไม่พ้น หนีไม่ทัน พระเทวทัต ถูกธรณีสูบทันที ที่เท้าสัมผัสพื้นธรณี ขณะกำลังจะได้ เข้าไปเห็นพระพักตร์ สมเด็จพระบรมศาสดา จึงไม่ทันได้กราบพระพุทธบาท ขอประทานโทษทั้งปวง
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :6/3/2551 11:08:02
น่าจะคิดถึง ความทรมานทั้งกายและใจ ของพระเทวทัต เมื่อเสวยผลกรรมนั้น น่าจะคิดให้จริงจัง เพื่อให้เกิดความกลัวกรรม ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่นัก
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :6/3/2551 11:09:22
การทำลายพระพุทธเจ้า กับการทำลายพระพุทธศาสนา ย่อมเป็นกรรมหนักเสมอกัน พึงสังวรระวังให้รอบคอบในเรื่องนี้

อย่าคิดประมาทว่า พระพุทธศาสนาไม่มีชีวิต ตายไม่มี บาดเจ็บไม่มี จะทำอะไรกับพระพุทธศาสนา จึงไม่น่าจะเป็นบาป เป็นอกุศลกรรม อย่าประมาทในเรื่องนี้

มิฉะนั้น เมื่อต้องได้เสวยผล แห่งการทำลายพระพุทธศาสนา จะทุกข์ทรมานนัก ใครก็จักช่วยไม่ได้
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :6/3/2551 11:12:17
จิตสำนึกของผู้กระทำกับผลของกรรม

การทำลายชีวิตสัตว์นั้น เป็นบาปนักเบาต่างกัน

ทำลายชีวิตสัตว์ใหญ๋ บาปมากกว่าทำลายสัตว์เล็ก ทำลายชีวิตสัตว์อายุยืน บาปมากกว่ากว่าทำลายชีวิตสัตว์เล็กอายุสั้น

ทำลายสัตว์ที่มีคุณ บาปมากกว่าทำลายชีวิตสัตว์ทั่วไป
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :7/3/2551 14:26:41
เป็นที่เข้าใจกันเช่นนี้ ซึ่งก็มีเหตุผล ที่น่าเข้าใจ เช่นนั้น ฆ่าวัวควาย กับฆ่ายุง ฆ่ามด บาปน่าจะน้อยกว่ากัน ผลกรรมผู้ฆ่า ได้รับก็จะหนักเบากว่าเป็นอันมาก

มีเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และผุประสบพบเห็ฯเล่าต่อๆ กันมาว่า มีผู้มีอาชีพฆ่าวัว ฆ่าควายนั้น เมื่อใกล้จะตาย ต้องทนทุกข์ทรมาน ดิ้นรน กระเสือกกระสน และส่งเสียงร้องเหมือนเสียงวัว เสียงควาย ที่ถูกเชือดก่อนตาย
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :7/3/2551 14:29:50
ผู้ที่ตบยุง หรือบี้มด แม้จะเป็นบาปแน่นอนที่ทำลาย ชีวิตสัตว์ แต่ไม่ปรากฏผลของกรรมนี้ ใหเห็นให้รู้ชัด เหตุผลก็อยู่ที่ จิตสำนึกของผู้กระทำกรรม สองประเภทนั้น ผู้ฆ่าวัวควาย แม้จะใจร้าย ใจดำสักเพียงไร ย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่จะลืมภาพการตายของสัตว์ใหญ่ เพียงนั้นได้

และย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่รูสึกกเลยว่าการฆ่านั้นเป็นบาปใหญ่ ความรู้สึกหลอกหลอนเกี่ยวกับการฆ่าวัว ควาย ด้วยมือของตนนั่นแหละ ที่ติดตามมาส่งผลให้ ผู้นั้นต้องทุรนทุราย และร้องเป็นเสียงวัว เสียงควายเหมือนที่ตนเอง เคยได้ยินได้เห็นในการฆ่าแต่ละครั้ง เสมอมา
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :7/3/2551 14:35:13
บางคนที่เคยเห็นการตายของผู้มีอาชีพฆ่าสัตว์ใหญ่ มีความรู้สึกว่า ผู้ใกล้จะตายนั้นไม่มีชีวิตจิตใจ เป็นคนเสียแล้ว แต่ได้กลายเป็นชีวิตจิตใจของวัวของความย ไปจริงๆ เห็นได้จากกิริยาอาการ และสุ่มเสียงที่เขาร้อง เหมือนเสียงสัตว์ ที่บาดเจ็บแสนสาหัส
เขียนโดย :อมิตพุทธ
วัน/เวลา :7/3/2551 14:44:04

 

Log in before, please.

 


 
© 2020 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com