เมนูหลัก
หน้าหลัก
อ่านกระทู้กับฟิโรโดซิเอ
สมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
บ้านหลังแรกของฟิโรฯ
อาณาจักรเอนไซม์ "นรินดา"
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
มติชน
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
สยามธุรกิจ
คมชัดลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
สยามรัฐ
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
อีการ์ดสวยๆ
โหวตสติคเกอร์
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
คุยสบายๆ สไตล์ฟิโรโดซิเอ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ระวังตัว บริษัทประกันอุบัติเหตุ ..อันตราย ไม่จ่าย ไม่รับผิดชอบ ( 2 )
(Reader : 17402)
บริษัทที่ไม่มีความรับผิดชอบ กับผู้เอาประกัน อีกบริษัทหนึ่ง ก็คือ... บริษัทเอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ หรือ ACE INA INSURRANCE โดยการขายผ่านทางโทรศัพท์ ผ่านเทสโก้โลตัสโบรกเกอร์ ตามเคาน์เตอร์ในโลตัส ทุกสาขา...

ผู้เอาประกันทำประกันกับบริษัทนี้ ประมาณ 2 ปีเศษ จ่ายเบี้ยตรงเวลา ไม่เคยขาด และไม่เคยเบิกเคลมเคสใหญ่ๆมาก่อนเลย ในเวลาที่ผ่านมา นอกจากการเข้าโรงพยาบาล ในกรณีอ่อนเพลีย จากท้องเสียให้น้ำเกลือเท่านั้น อย่างมากก็แค่ วันสองวัน

และต่อมา ได้ซื้อกรมธรรม์เพิ่มใหม่อีก 10 กรมธรรม์ จากเดิมที่ใว้ 6 กรมธรรม์ เป็น 16 กรมธรรม์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมานี้

พอเดือน พ.ค. ปี 2552 เธอได้เกิดอุบัติเหตุล้มฟาดพื้นในห้องครัว ที่บ้านพักของตนเอง ได้เข้าไปรักษาแอดมิดนอนในโรงพยาบาล ใกล้บ้าน ในวันที 14 - 18 พ.ค. เป็นเวลา 4 วัน ได้รับเงินชดเชยรายวัน และค่ารักษาพยาบาล รวมวันละ 16,000 บาท ครบถ้วนในครั้งแรก

พอออกมาจากโรงพยาบาล กลับมาพักรักษาตัว เกิดอาการเจ็บหน้าอก ในตอนดึกประมาณตี 1และไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกมาก ต้องอาศัยปากช่วยการหายใจ คนไข้อยากมาโรงพยาบาลมาก แต่ไม่สามารถมาได้เพราะเธออยู่บ้านคนเดียว และอยู่ที่ชั้น 4 เกรงว่าจะตกบันได และทำให้เสียชีวิต

เมื่อเป็นอย่างนั้น เธอจึงปรึกษาเพื่อนๆ และได้รับคำแนะนำว่า ในเมื่อมีประกันชีวิต ทำไมไม่กลับไปรักษาต่อในโรงพยาบาล จะมานอนทรมานตัวเองทำไม จึงกลับเข้าไปรักษาต่อ เพราะนับเป็นอาการต่อเนื่องของการเจ็บป่วยในเคสเดิม คือ ล้มหงายท้องฟาดพื้นทางด้านขวา และที่สำคัญ เธออยู่คนเดียวที่บ้าน ไม่มีใครคอยช่วยเหลือ หากหายใจไม่ออก และอาจตายได้ และถ้าหากล้ม และร่วงตกจากราวบันได

ก่อนเข้าไปรักษาในครั้งที่สอง ในโรงพยาบาล เธอได้ปรึกษาพนักงานบริษัทประกันนี้ และพนักงานที่ขายประกัน โดยได้รับคำแนะนำว่า... ให้เข้าไปรักษาตัวต่อเนื่องได้เลย เพราะกรมธรรม์มีการระบุไว้ว่า.. คนไข้ผู้เอาประกัน สามารถนอนพักรักษาตัว ในโรงพยาบาลได้จำนวน 730 วัน ตามที่ระบุไว้ ...

ถัดต่อมาอีก 2 วัน วันที่ 21 พ.ค. เธอรู้สึกเจ็บข้างในร่างกายตรงบริเวณเดิมที่ได้รับอุบัติเหตุ อาการเจ็บเกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างรุนแรง และหนักขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากที่นอนที่บ้านของเธอค่อนข้างนุ่มและยุบตัว ทำให้เกิดอาการเจ็บกล้ามเนื้อ กลับมาเจ็บอย่างหนัก ที่บริเวณเดิม ( ด้านขวา ) เพิ่มขึ้น ผู้เอาประกัน จึงกลับมาที่โรงพยาบาลเดิม และเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล นับเป็นเคสต่อเนื่อง

นายแพทย์คนไข้ที่โรงพยาบาล ได้รักษาโดยการให้คนไข้ ลดอาการเจ็บป่วย ให้ทานยา..แก้ปวด มีการฉีดยาระงับให้ความปวดลดลง และมีการทำกายภาพบำบัด ด้วยแผ่นความร้อน ที่บริเวณซี่โครง และอัลตร้าซาวนด์ในบริเวณซี่โครงด้านขวาทุกๆวัน จนอาการเจ็บ..ค่อยๆทุเลา ลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สามารถเดินได้ดี เป็นปกติ

และเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. คนไข้ผู้เอาประกัน ได้เดินเข้าห้องน้ำในโรงพยาบาล ในเวลากลางคืน ประมาณเวลา 22.10 น. เกิดการสะดุดเก้าอี้ที่วางอยู่หน้าห้องน้ำ แล้วล้มไปกระแทก กับลูกบิดประตูหน้าห้องน้ำ บริเวณอก ด้านซ้าย ตรงช่วง..นมพอดี

พอวันรุ่งขึ้นมีอาการบวม เขียวช้ำ เป่ง ตรงบริเวณนม และใต้ราวนม ในวันที 23 มิ.ย.แพทย์ผู้รักษา ผู้เอาประกัน ได้ทำการเอกซ์เรย์ บริเวณทรวงอกด้านซ้าย เนื่องจากมีอาการเจ็บมาก คนไข้มีอาการหายใจไม่ออก ต้องให้ออกซิเยน ติดต่อกันอีกประมาณ 5 วัน

และยังมีอาการ ปวดเสียด หน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อข้างในอย่างรุนแรง ได้มีการส่งตัวไปทำ.. เอ็มอาร์ไอ... ที่ศูนย์เอกซ์เรย์ข้างนอก ของโรงพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ และทำเอคโค และอีเคเจ เช็คดูลิ้นหัวใจ ว่ายัง..ปกติอยู่หรือไม่

แล้วหลังจากนั้น มีการทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องประจำทุกวัน โดยการนั่งวิลล์แชร์ไปทำที่ชั้น 11 ของโรงพยาบาล และค่อยๆ ลดลงๆตามลำดับ เป็นวันเว้นวัน แต่ก็ยังกินยา ฉีดยา เพราะมีอาการอาเจียน ชักกระตุกซีกซ้าย ซีกขวาเป็นครั้งคราว

และยังไม่สามารถอาบน้ำด้วยตนเอง ยังอยู่ในสภาพช่วยเหลือตนเองยังไม่ได้ ผู้เอาประกัน ยังต้องอาศัยผู้ช่วยพยาบาล ทำการเช็ดตัวให้ทุกวัน และสระผมด้วยตนเองก็ยังไม่ได้ ต้องใช้บริการสระผม ของร้านสระผม ของทางโรงพยาบาล เนื่องจากไม่สามารถก้มตัวและศีรษะได้

ส่วนร่างกาย ทางบริเวณด้านซ้าย ยังมีเจ็บกล้ามเนื้ออยู่ ไม่สามารถนอนหงายตรงๆ หรือตะแคงกลับตัวทางด้านซ้ายได้ ร่างกายเธอยังไม่แข็งแรง เดินระยะใกล้ๆ ต้องเกาะขอบเตียงเดินตลอด ยังต้องมีการหัดเดิน..มีอาการ..เซๆ และเดิน...เป๋ๆ..อยู่

แต่การเดินระยะไกลๆ ยังต้องอาศัยพนักงานเข็นรถใช้วิลล์แชร์ช่วยทุกวัน ให้คนเข็นไปมาตลอดเวลาที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เกือบ 4 เดือนเต็ม และยังทำกายภาพต่อเนื่อง วันเว้นวัน เพื่อให้อาการปวดเจ็บกล้ามเนื้อ บริเวณหน้าอก ทุเลาลงไป

การพักผ่อน คนไข้ยังนอนพลิกตัวได้แค่..ด้านเดียว คือ ด้านขวา เท่านั้น..นอนหงายก็ยังไม่ได้ เพราะเจ็บบริเวณหน้าอก ตรงนมอยู่ไม่หาย แม้กระทั่งออกมาจากโรงพยาบาลเป็นเดือนแล้วก็ตาม ยังกลับไปทำกายภาพในวันอังคาร และพฤหัส และรับยาอยู่ เนื่องจากอาการปวดยังไม่ทุเลา

การรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลของคนไข้ผู้เอาประกัน มีการรักษามาตั้งแต่วันที่ 14 -18 พ.ค 52 และ 21 พ.ค - 13 ส.ค 52 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 89 วัน

ขณะนี้( วันที่ 11 กันยายน 2552 ) บริษัทเอช ไอ เอ็น เอ อินชัวร์รันส์ ACE INA INSURRANCE ยังไม่ได้จ่าย..ค่ารักษาพยาบาลที่คนไข้ ผู้เอาประกันสำรองจ่ายให้โรงพยาบาล ไปแล้ว ประมาณ 100,000 บาท ทั้งที่ออกมาจากโรงพยาบาลได้ เป็นเวลา 28 วันเต็มๆ

สำหรับใบเสร็จใบที่สอง คนไข้ผู้เอาประกัน สำรองจ่ายให้โรงพยาบาลไป จำนวน 60,000 บาท และใบเสร็จใบที่สาม จำนวน 40,000 เศษๆ เกือบ 50,000 บาท และส่งเอกสารไปให้ทั้งหมดแล้ว มีใบรับรองแพทย์ของนายแพทย์คนไข้ doctot sheet เวชระเบียน การรักษาพยาบาลในแต่ละวันและ progress note ไปให้แผนกเคลมสินไหมของบริษัทนี้ แต่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ไม่มีการแจ้งข่าว ทั้งๆที่ตามกกหมายประกันภัย หลังจากการได้รับเอกสาร จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ผู้เอาประกัน ในเวลา 15 - 20 วัน จึงจะถูกต้อง บริสุทธิ์ ยุติธรรม

ผู้เอาประกันได้มีการประกันอุบัติเหตุ ในการรักษาพยาบาลไว้ ในวงเงิน 80,000 บาท และได้นำใบเสร็จใบที่สาม ไปเบิกเงินจาก... บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต... ในการประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุ จำนวน 25,000 บาท เธอได้รับการเบิกเคลม ค่าสินไหมทดแทน จ่ายกลับมาให้เรียบร้อยครบถ้วนแล้ว ในเดือนกรกฏาคม ที่ผ่านมา และได้ส่งเอกสารไปให้บริษัท เอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ ACE INA INSURRANCE แผนกเคลมสินไหมชดเชย ดู..ว่า สมควร จะชดใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล ที่จะต้องรับผิดชอบให้กับเธอ หรือไม่ หรือ...อย่างไร? เพราะเป็นเวลาเดียวกัน แค่ต่างบริษัท บริษัทหนึ่งจ่าย อีกบริษัทหนึ่งไม่จ่าย หมายความว่าอย่างไร กรุณา..ชี้แจงด้วยครับ แผนกสินไหมบริษัทนี้ คุณ..ช่วยให้รายละเอียดด้วยครับ อยากทราบ

ส่วนต่างที่เกินมา คนไข้ผู้เอาประกัน ได้ออกเงินสำรองจ่ายให้โรงพยาบาล ไปด้วยตนเองแล้ว เพราะเกินวงเงินที่จะได้รับ จากบริษัท เอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ ACE INA INSURRANCE ทั้งหมด รวมทั้งใบเสร็จใบที่หนึ่งและใบที่ สอง ในจำนวนเงิน 80,000 บาท 3 กรมธรรม์

และยังมี หลักฐานการจ่ายเงินคืน ของ.. บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต.. ว่าได้มีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลในเคสเดียวกัน ตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ 25,000 บาท ให้มาแล้ว แต่ทำไมบริษัท เอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ จึง..ยื้อ ดึง ทำเรื่องการเบิกเคลม ชักช้ามากมาย เป็นเดือนๆๆ.. ไม่ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้..ผู้เอาประกัน ทั้งๆที่เป็นเคสเดียวกัน กรุณาบอกเหตุผล ที่คุณคิดเอาไว้ในใจด้วย ด่วนๆๆๆๆๆๆๆ ..เพราะยิ่งช้า บริษัทคุณจะยิ่งเน่านะครับ ชื่อเสียงของบริษัทคุณ จะเสื่อมเสียหมด เพราะการตั้งใจที่จะโกง ลูกค้าไม่ดีหรอกครับ

แค่นั้นยังไม่พอ ทางบริษัทนี้ ยังมีการส่งเอกสารไปให้หมอ ตอบว่า ใช่ หรือ..ไม่ใช่ อีกว่า..คนไข้ สมควรจะเป็น pro long หรือไม่ หมายถึง ควรจะนอนหรือไม่นอน และตกอยู่ในสภาพเป็นโรคจิตหรือไม่

ทำไมหรือครับ คนไข้โทรไปถามพนักงานของคุณ..ว่า มีการจ่ายเงินให้ทางโรงพยาบาล เพื่อเป็นการไล่คนไข้กลับบ้าน แค่ นี่..ถือว่า... คนไข้เป็นโรคจิต เชียวหรือครับ เธอสงสัยว่าทำไมต้องทำเช็ค จ่ายให้ใคร ให้ทางโรงพยาบาล หรือให้แผนกไหน เงินนี่ไปตกอยู่กับใคร จำนวนเงินที่จ่ายให้ จ่ายไปเท่าไหร่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรู้หรือไม่ การจ่ายครั้งนี้ ทุกบริษัททำหรือเปล่า และทางโรงพยาบาลได้รับ หรือใครเป็นคนรับ มีการจ่ายให้เพื่อมาไล่ให้ คนไข้รีบ..กลับบ้านเร็วๆ จะได้ไม่ต้องจ่าย

ขี้ไม่มีมูล ก็ไม่มีใครมาทำกิริยา เลว ต่ำ ทราม ทำไม่ดีกับคนไข้หรอกครับ ผมก็สงสัยตามเธอ..ว่า มันคือ ค่าอะไร ค่าขอเอกสาร และทำไมต้องให้ แค่...นี้ คุณก็สรุปว่าเธอ จัดว่า..มีอาการเป็นโรคจิตได้หรือครับ โห..เกินไปมั้งครับคุณ สรุปกับลูกค้า วี ไอ พี ได้ขนาดนี้เลยหรือ เกินไปมั้งครับผม..ว่า

แผนกสินไหมของบริษัทนี้ คุณคิดได้อย่างไร ผมอยากรู้ แสดงและพูดออกมาได้อย่างนี้เชียวหรือครับ ทำไม..ไม่พา เธอไปตรวจที่โรงพยาบาล ศรีธัญญาเลยละครับ จะได้รู้กันจะจะไปเลย รู้แล้วรู้รอด ว่าเป็นโรคจิต หรือไม่เป็น และถ้าเธอ..เกิด...ไม่เป็นโรคจิต ในวันรุ่งขึ้น บริษัทของคุณ จะจ่ายเงินชดเชย และค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ให้เลยหรือไม่ครับ จะได้รอ 5555

จิตใจของคุณ พนักงานฝ่ายสินไหม บริษัทที่ทำประกัน ได้..คิดดี พิจารณารอบคอบ แล้วหรือไม่ว่า กรณีคนไข้ผู้เอาประกัน ทำประกันกับคุณ โดยที่เธอแทบจะไม่รู้ว่า ตัวเองมีกรมธรรม์ ทั้งหมดกี่กรมธรรม์กันแน่ ซื้อเพราะช่วยซื้อ ใครโทรมาก็ซื้อ และตอนซื้อไป ก็ไม่ได้รู้เลยว่า มีอะไรที่เธอจะได้ตอบรับกลับมานะ กับการจ่ายเงินไปแต่ละเดือนๆๆ มานานตั้งสองปีแล้วนั้น คุณคิดดู ว่าจิตใจเธอดีขนาดไหน..อายใจตัวเองบ้างหรือยัง พอมารู้ตอนนี้

เมื่อเธอได้รับการเจ็บป่วย แบบรอดตาย เกิดใหม่มา นับว่าเป็นบุญของเธอ ที่ทำดีมาตลอดเวลาอายุของเธอเอง เพราะการล้มแบบล้มฟาดพื้นหงายหลัง แล้วรอดตายมานั้น ถือว่า..ทำบุญมาดีที่สุดแล้ว ..เพราะไม่อย่างนั้น เธอจะต้องผ่าตัดใหญ่ เพราะซี่โครงหักไปทิ่มปอดตาย หรือไม่ก็พอผ่าตัดเสร็จแล้ว คงจะต้องนอนเป็นอัมพาต นอนแช่ขี้เยี่ยวตัวเอง ไปตลอดชีวิต

บริษัทประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ เกิดเล่นลิ้นลวงโลกว่า เธอนั้นพยายามคิดจะ..ฆ่าตัวตาย เพื่อเอาเงินประกันไปใช้ เธอ..มิต้องนอน...ร้องไห้ เศร้าไป..ตลอดชีวิตหรือไรครับ ทำไมใจร้ายกับเธอได้มากขนาดนั้น ลุกค้าชั้นดี 600 คนของเมืองไทย บริษัทคุณบริการแบบดีหรือครับ อยากรู้

คนทำประกันส่งเบี้ยเดือนๆหนึ่ง จ่ายไปมากมาย เวลาเจ็บให้กลับไปนอนที่บ้าน รักษาตัวเองตามเวรตามกรรม แล้วไอ้..โฆษณาก่อนการขาย ที่บอกว่า ..นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เกิน 6 ชั่วโมงก็เบิกได้ และสามารถนอนรักษาตัว นานถึง 730 วัน มันจะมีจริงๆไหมครับ ที่บริษัทประกันจะใจดี ได้มากมายขนาดนั้นเชียว 5555

นี่ขนาดกลับไปนอนโรงพยาบาล เคส..ต่อเนื่อง เพราะอาการ..น่าเป็นห่วง ยังมีการพูดจาไม่ค่อยจะดี เธอไม่ได้ขอคุณกินนะครับ โปรดทราบ...

...แต่เธอขอสิทธิ ที่เธอสมควรจะได้รับ กรุณาใช้สมองน้อยๆ ข้างซ้าย ของคุณด้วยว่า จะพูด..อะไร จะคิด...อะไร หัดคิดให้มันถูกต้อง ยุติธรรม ตรงไปตรงมากับลูกค้าวีไอพี ของคุณด้วย อย่าคิดแต่จะโกง ไม่จ่าย ขนาดโทรไปเช็ค กับบริษัทเพื่อนในวงการประกันเดียวกันด้วยว่า จะจ่าย..หรือเปล่า ไม่...จ่าย จะได้ไม่ต้อง...จ่ายเหมือนกัน โหๆๆ... วันๆ คิดแต่จะเอาเปรียบคนเจ็บ คิดได้แค่นี้หรือครับ น่าสงสารพวกคุณจริงๆๆ

การที่พนักงานฝ่ายสินไหม อ้างเอกสารของหมอระบุมา ว่าคนไข้ สมควรกลับไปนอนที่บ้าน ทั้งๆที่เอกสารใบรับรองแทพย์ ก็ได้ระบุลงไปชัดเจน แจ่มแจ้งแดงแจ๋แทงลงมาว่า ..คนไข้อยู่ตามลำพังและอาการหนัก เป็นอะไรมา หนักหนาสาหัส ร่างกายต้องมีการทำกายภาพ บำบัดความเจ็บปวดมาก น้อย..แค่ไหน

และเธอเองหากกลับมาบ้าน การเดินเป๋ไปเป๋มา เดินขึ้นลง บันได 26 ขั้นของเธอเกิดพลาด คือ ความตาย เธอยังไม่อยากตาย เธอยังอยากอยู่ และทำไมจะอยู่พักนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล จะทำไม่ได้ ในเมื่อเธอมีกรมธรรม์ตั้งมากมาย แล้วเธอก็ยังไม่หายดี ไม่สามารถเดินได้ปกติ คนดูแลก็ไม่มี บ้านก็คับแคบ เตียงแบบโรงพยาบาล ก็ไม่สามารถนำมาใช้นอนได้ เพราะบ้านเธอทางขึ้นคับแคบมาก มีแต่ของสินค้า อย่างไรก็นอนไม่สะดวก พนักงานที่รับโทรศัพท์ของบริษัทนี้ บอกพี่พักรักษาตัวต่อในโรงพยาบาลได้เลย แต่ฝ่ายสินไหมบอกไมได้ อะไรกันครับคุณ เกินไปมั้ง ใจคอจะขับไล่ไสส่ง เอาแต่ได้ บริษัทอะไร ใจร้ายมาก

มีใครเขามานอนเล่น เดินอยู่ในโรงพยาบาลกัน หรือครับ ค่ารักษาพยาบาล แต่ละวัน ก็ไม่ใช่ถูกๆ ตกวันละ เกือบ 5,000 บาท สารพัดจิปาถะ ที่จะต้องจ่ายให้โรงพยาบาล บิลมันมาเก็บทุกสามวัน คนไข้เห็นบิลแล้วก็เครียด ขนาดอาเจียน อ๊วก...ออกมา น้ำตาไหล ต้องกินยาแก้อาเจียนลงท้องไป..เกือบทุกวัน ไหนจะค่ายามที่จ้างมาดูแลบ้าน ค่าใช้จ่ายจิปาถะ มีค่าอาหาร ค่านั่น ค่านี่ ทางบริษัทไม่ได้จ่ายให้เธอก่อนนะครับ จะได้นอนเพลินๆ เดินเที่ยว..เล่นในโรงพยาบาล หัดคิดใช้สมองบ้างสิ ครับคุณ

คนไข้หรือผู้เอาประกัน สุดจะทนก็เลยบอกว่า ..หากไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เธอ ที่สำรองจ่ายไปแล้วทั้งหมด ก็ยกเลิกกรมธรรม์...ที่ทำไว้ เลิกทำหมดเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลา จ่ายเงินค่ากรมธรรม์ตัดไป เพราะแต่ละเดือน เธอจ่ายออกไปให้บริษัท เอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ AE INA INSURRANCR ไม่ใช่น้อยๆ ทำยกเลิกมาเลย อย่าเสียเวลาเล่นลิ้น หลอกลวง พอกันที

เพราะที่บอกไว้ก่อนซื้อกรมธรรม์..ว่า... ค่าบัตรเครดิตของเทสโก้โลตัส ขั้นต่ำ 6 เดือน และบัตรเครดิตเซนทรัล จำนวนขั้นต่ำ 600,000 บาทนั้น หากคนไข้ หรือผู้เอาประกันเจ็บป่วยเกิน 31 วันแล้ว ไม่จำเป็นต้องจ่าย เราจ่ายให้ แค่..หลอกลวงขายกรมธรรม์ ผู้เอาประกันไปวันๆๆ นั้น ไม่เป็นความจริง ..ทุเรศคน สิ้นดีไม่มีคุณธรรม

แต่คุณครับ ปัจจุบันบริษัทประกันนี้ ไม่รับผิดชอบ ไม่จ่าย ไม่สน ไม่แคร์ ตระบัดสัตย์เล่นลิ้น โกหกพกลม ทำให้ผู้เอาประกัน ยังต้องจ่ายค่าบัตร ต่อมาอีกเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือน มิ.ย. จนถึงปัจจุบัน เธอบอกกับผมว่า... เธอจะเก็บหลักฐาน ของการจ่ายเงินแก่บัตรเครดิตทั้งสองใบนี้ ไปให้คุณทนาย นำไปยื่นฟ้อง ให้ศาลดู... ว่ามันคือ การลวงโลก ล่อหลอก ให้ผู้เอาประกันเชื่อว่า หากซื้อกรมธรรม์แบบนี้ จะได้สิ่งนี้ สิ่งนั้น แต่ในความเป็นจริง ไม่มี..ครับ หลอก..ครับ แหกตา...ครับผม.. โกหกหลอกลวง หน้าด้าน นิสัยไม่ดี ครับคุณๆๆ

แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีการบอกว่า ...ตนเองได้คุยกับบริษัทกรุงเทพประกันภัย...บริษัทขี้โกง เจ้าเล่ห์ จอมเบี้ยว ไม่จ่าย ยกเลิกกรมธรรม์ของผู้เอาประกันหน้าตาเฉย สี่วันแรกสองหมื่นให้ คนไข้ผู้เอาประกันมาแค่..ห้าพัน และพอที่เหลืออีก 89 วัน ขอยกเลิกกรมธรรม์เธอเลยหน้าตาเฉย ตะเอี่ยว..กัน ฮั้วๆๆ ซี้..ทำชั่วกันไป ว่า ..อย่าไปจ่ายนะ เราจะได้ไม่ต้องจ่ายทั้งคู่ 555 ดูความเลวถึงใจ ของสองบริษัทนี้สิครับ...คุณ

เอาละครับ ผมอยากจะรู้ ว่าจะใจร้ายกับคนเจ็บ ผู้เอาประกันไปถึงไหน เพราะเธอก็บอกผมว่า เธอเลิกโทรไปถาม โทรไปทวงแล้วครับ และเธอก็บอกว่า เธอเองก็ให้ทนายไปจัดการฟ้องร้องไว้แล้ว สามที่ ...

ที่แรก คือ คปภ ขอรายละเอียด และบอกถึงความเสื่อมเสีย ที่บริษัทสองบริษัทนี้ และอีก สี่บริษัท ทำเลว ชั่ว ดกง กับคนเอาประกัน แบบใจร้าย ใจดำ เขี้ยวๆๆ

ที่สอง คือ ศาลอาญา ฟ้องทั้งแพ่งและอาญา ทุกบาททุกสตางค์ จนกว่าจะสิ้นสุด รวมทั้งค่าทนาย ค่าดำเนินการในศาล

กรณีของ..บริษัทกรุงเทพประกันภัย... เธอทำกรมธรรม์แบบ ชดเชยรายวัน แบบวันละ 5,000 บาทเอาไว้ 1 กรมธรรม์ มานานตั้งแต่ปี 2007

สำหรับเคสแรก วันที่ 14 - 18 พ.ค.เธอได้ 20,000 บาท แต่บริษัทนี้โกง จ่ายแค่ 5,000 บาท และเคสต่อเนื่อง วันที่ 21 พ.ค. ถึง วันที่ 13 ส.ค. รวม 89 วัน ค่าชดเชยรายวันๆ ละ 5,000 บาท จำนวนเงินค่าขดเชยรายวัน ที่พึงได้พึงรับ เท่ากับ 445,000 บาท

สำหรับเคสสอง วันที่ 23 มิ.ย ถึงวันที่ 13 ส.ค. กรณีที่ผู้เอาประกัน กระแทกลูกบิดประตูด้านซ้าย บริเวณราวนม รวม 51 วัน ค่าชดเชยรายวันๆ ละ 5,000 บาท จำนวนเงินค่าชดเชยรายวัน ที่จะพึงได้พึงรับ เท่ากับ 255,000 บาท

รวมทั้งสิ้น 2 เคส เป็นเงินทั้งสิ้น 700,000 บาท

ส่วนบริษัท เอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ ACE INA INSURRANCE นั้น มีกรมธรรม์ทั้งสิ้น 16 กรมธรรม์ แยกเป็น ค่าชดเชยรายวัน วันละ 16,000 บาท

เคสแรก วันที่ 14 - 18 พ.ค. กรณีล้มฟาดพื้นหงายหลัง ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยรายวัน ไปเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 70,000 บาทเศษๆ

เคสต่อเนื่อง จากเคสแรก วันที่ 21 พ.ค. - 13 ส.ค. จำนวนทั้งสิ้น 85 วัน ค่าชดเชยรายวันรวมทั้งสิ้น เป็นเงิน 1,360,000 บาท

เคสที่สอง วันที่ 23 มิ.ย ถึงวันที่ 13 ส.ค. กรณีที่กระแทกลูกบิดประตูห้องน้ำ ตรงราวนมด้านซ้าย จำนวน 52 วัน ค่าชดเชยรายวันรวมทั้งสิ้น เป็นเงิน 832,000 บาท

รวมทั้งสิ้น เป็นค่าชดเชยที่เธอพึงได้รับตามกรมธรรม์ เป็นเงินจำนวน 2,192,000 บาท

ผมเอามาให้อ่าน จะได้หายง่วง 555 และดูว่า บริษัทประกัน จะจ่ายจริง ไม่เบี้ยว รับผิดชอบ กับเธอหรือเปล่า และถ้าเบี้ยว เรื่องนี้จะยาว และดังไปทั้งประเทศ ผมจะให้เธอ ไปออกรายการ ของอาจารย์ประมาณ ...ในรายการ.. สถานีประชาชน ...เพื่อให้ประชาชนคนไทย...ไม่โง่ ไม่..ตกเป็นเหยื่อ รู้เท่าทัน กับโฆษณาก่อนขายดี หลังขายเลว ให้รู้กันมันส์แน่ๆๆ..

จะได้เปิดหน้ากาก ของบริษัทชอบโกง เอช ไอ เอ็น เอ อินชัวรันส์ และ บริษัทกรุงเทพประกันภัย และอีกสาม สี่ บริษัท ที่เธอทำประกันเอาไว้