เมนูหลัก
หน้าหลัก
อ่านกระทู้กับฟิโรโดซิเอ
สมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
บ้านหลังแรกของฟิโรฯ
อาณาจักรเอนไซม์ "นรินดา"
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
มติชน
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
สยามธุรกิจ
คมชัดลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
สยามรัฐ
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
อีการ์ดสวยๆ
โหวตสติคเกอร์
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
คุยสบายๆ สไตล์ฟิโรโดซิเอ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ตัวอย่างหนังสือพยากรณ์แก้กรรม มนุษย์ไม้ไผ่ เล่มที่ 9 ตอน..เพราะความจงรักภักดี
(Reader : 12570)
ชาติไทยเรา นับเป็นชาติที่มีบุญ และคนไทยเรายิ่งถือว่า มีบุญ

เพราะเกิดมาภายใต้ กษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยน้ำพระทัย และมีทศพิธราชธรรมอันสูงส่ง

เรามีพระมหากษัตริย์ ผู้รักประชาชน ยิ่งกว่าตัวพระองค์เอง ไม่ว่าที่ไหนจะกันดาร ลำบาก อดอยาก ยากแค้น พระองค์ไม่เคยทอดทิ้ง ประชาชนของพระองค์เลย
เขียนโดย : ฟิโรโดซิเอวัน/เวลา : 30/11/2553 13:49:21
ทรงงานหนักเหนื่อยยาก จนพระเทโสไหลริน อาบหน้าตลอดเวลา ทุกวัน ตลอด 80 ปี ทรงทุ่มเท เพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่ดี กินดี และสุขสบาย

ดิฉันเดินทางท่องเที่ยว ไปมาก็หลายๆประเทศ ทั้งยุโรป และในเอเซีย ประเทศต่างๆ ที่มีพระมหากษัตริย์ และควีน เป็นประมุข

อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ กษัตริย์หรือควีน ของเขาก็ไม่ได้ เสียสละพระองค์อย่างมากมาย เฉกเช่นเหมือนกับพระมหากษัตริย์ไทย ของเราเลย
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/2/2553 21:19:24
.."เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม"..ดิฉันได้ยินคำประโยคนี้ ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ตัวกระเปี๊ยกตัวเล็กๆ ช่างเป็นประโยค ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ต่อประชาชน ของพระองค์

และด้วยความศรัทธา รักฝังแน่น ถวายใจในพระราชวงค์จักรี ดิฉันยังจำได้ดี ตอนอายุประมาณ 16 ปี

ขณะนั้น ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3 อยู่ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ในเมืองจังหวัดพิษณุโลก ริมแม่น้ำน่าน ถนนพุทธบูชา

ดิฉันได้รับ การคัดตัวจากครูประจำชั้น ให้ถวายช่อดอกไม้ ถวายให้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ คุณลองคิดดุ เอาเองก็แล้วกัน

ภาพของเด็กผู้หญิงแก่นๆ ซนๆ คนหนึ่ง ที่ต้องมานั่งหัดคลาน หัดมอบ หัดไหว้ และฝึกย่อตัว เพื่อทำการถอนสายบัว ทุกๆวันตอนเย็น ก่อนกลับบ้าน ที่บ้านอาจารย์ประจำชั้น

และมอบคลาน เป็นชั่วโมงๆ จนหัวเข่าสองเข่าด้าน ตะปุ่มโผล่ 555
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/2/2553 17:12:39
เพื่อทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของโรงเรียน ทำหน้าที่มอบถวายช่อดอกไม้แด่องค์พระราชินี

ดิฉันเองก็ตั้งใจฝึก พยายามทำตัวให้เรียบร้อย สุดฤทธิ์เท่าที่จะสามารถ และก็ทำออกมาได้ดี ให้ไม่ขายหน้า เพราะได้ถูกเลือกมาแล้ว เป็นตัวแทนของโรงเรียน

แล้วจะต้องกล่าวคำราชาศัพท์ ที่อาจารย์จัดมาให้ท่อง ดิฉันท่องตลอดเจ็ดบรรทัด ไม่ยอมลืม แม้ยามกิน และยามนอน เพื่อไม่ให้ผิดพลาด สักนิดแม้คำเดียว

การฝึกซ้อม การมอบคลาน ย่อเข่า ถอนสายบัว ได้รับการฝึกและตรวจผ่าน ใช้การได้ ก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ดิฉันได้ลองคลาน และกล่าวคำถวายพระพร เพื่อทำให้อาจารย์ประจำขั้นฟัง จนเป็นที่พอใจว่าไม่มีคำใดตกหล่น หรือคำใดกล่าวออกมาผิดพลาด และทำให้ขุ่นเคือง เบื้องยุคลบาท
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/1/2553 16:14:44
พอถึงเวลาใกล้เข้ามาๆ นับได้อีกสองอาทิตย์หน้า อาทิตย์นี้ ข่าวคราวที่ว่าพระองค์ ในหลวงหรือพระราชินี จะเสด็จมาที่จังหวัดเราเป็นครั้งแรก

ผู้คนเริ่มตื่นเต้น เห็นหน่วยงานต่างๆ เริ่มติดธง จัดซุ้มพุ่มเงิน พุ่มทอง ถวายกันหน้าหน่วยราชการ และร้านค้า ทางจังหวัดให้ปักธงชาติไทย กันทุกบ้าน เพื่อความจงรักภักดี และเป็นระเบียบเรียบร้อย

เทศบาลทุกๆคืน ทำการกวาดถนน ล้างตลาดให้สะอาด และประกาศห้ามนำขยะ มากองไว้หน้าบ้าน ดูแล้วคึกคักเสียจริงๆ

การมาเยี่ยมราษฏรของพระองค์ และมอบปริญญา ให้กับนักศึกษาที่นี่ ถือเป็นครั้งแรก รุ่นแรกของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีสัญญลักษณ์.. เทาแสด..
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 15:07:41
และเป็นการเสด็จครั้งแรก ของสองพระองค์ พร้อมกับพระราชโอรส และพระราชธิดา เป็นการตื่นเต้น และทำให้ใจคอ ของดิฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ปกติตนเองจะเป็นเด็ก ที่กล้าแสดงออก และร่วมทำกิจกรรม หลายอย่างๆในโรงเรียนอยู่เสมอมา เป็นคนกล้า และไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น

มักจะกล้าหาญอาสา ทำได้ ใช่เลย แต่คราวนี้ทำไมเกิดอาการ กลัวอกสั่น งันงกได้มากขนาดนี้ รู้สึกใจคอไม่ดี ช่างเป็นความรู้สึก เกร็งในหน้าที่ของตนเอง

ทั้งๆที่ทำได้ออกมาดีแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจ พยายามบอกตัวเองว่า เราจะต้องทำให้ดีที่สุด และไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลย
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 15:07:18
ดิฉันได้เรียนวิชาคหกรรมศาสตร์ เป็นวิชาเอก ที่เกี่ยวกับ การทำอาหารและถนอมอาหาร ว่าง่ายๆ คือ การฝึกเป็นแม่บ้าน แม่เรือนนั่นเอง

สาเหตุหนึ่งที่คุณแม่ดิฉัน ได้เลือกให้เรียนมากกว่า ที่จะไปเรียนพวกภาษาอังกฤษ หรือฝรั่งเศส เพราะว่าท่านเห็นดิฉัน ใช้ภาษาอังกฤษ พูด ฟัง สปีคได้ดีกับฝรั่ง

บราเธอร์ที่สอนพิเศษให้ ใกล้บ้านวันเสาร์ วันอาทิตย์มาแล้ว ได้พอสมควร แต่สิ่งที่ดิฉันยังขาดไม่มี นั่นก็คือ การเตรียมตัวจะเป็นแม่บ้าน แม่ศรีเรือน และกุลสตรี ในความเป็นลูกผู้หญิงในอนาคตนั่นเอง

อย่างเช่นการทำกับข้าว อาหารได้อร่อยๆ ที่เรียกว่า เสน่ห์ปลายจวัก ที่จะทำได้ทำให้สามีได้กินต่อไป ในมื้ออนาคต ท่านก็เห็นดีก็เลยให้ลงวิชานี้

เพื่อลูกสาวจะได้มีวิชาติดตัว ไม่ต้องเอาแต่ซื้อแกงถุงทาน และจะเป็นลูกผู้หญิง ที่สามีรัก สามีหลงติดตัวไป 555 ว่าตกเย็นอยากกลับบ้าน ทำไมอาหารบ้านเรา กินเข้าไปอร่อยๆๆ แบบนั้นเอง
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/1/2553 21:41:17
ตัวดิฉันเองโชคดีมากเลย ที่ได้เรียนอยู่โรงเรียนนี้ เฉลิมขวัญสตรี เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเก่าแก่ และมีการให้เด็กประจำอยู่หอ แบบโรงเรียนที่มีระเบียบวินัยเข้มข้น

สมัยดิฉันเรียนมัธยมปีที่สาม ที่นี่จะมีแต่คุณครูรุ่นเก่าๆ การลงโทษแบบไม้เรียว ยังมีอยู่หรือหยิกพุง หากเด็กคนไหนดื้อ ก็จะให้ไปยืนคาบไม้บรรทัดกางแขนหน้าเสาธง

ให้เด็กนักเรียนได้รู้สำนึกตัว ลูกศิษย์หรือเด็กที่ได้รับการสั่งสอน จะเกรงกลัวอาจารย์ ไม่กล้าทำผิดกัน และได้ดี มีชื่อเสียงเป็นนักร้อง แบบโบ สุนิตา หรือนักขาว ช่องสาม และภรรยา นักการเมือง หรือบรรณาธิการหนังสือ ดิฉัน เพื่อนสนิทของดิฉัน ในนิตยสารดิฉัน นั่นก็จบจากที่นี่เหมือนกันคะ

คุณครูส่วนใหญ่จะมาแนวๆ ท่านอาจารย์สมศรี สมัยนั้นผู้หญิงยังนิยมใส่แว่นกรอบหนาเตอะ และใบหน้าค่อนข้างดุ ไม่ค่อยยิ้ม กลัวเด็กๆลูกศิษย์ได้ใจ หรือปล่อยตามใจ

ไม่เข้มเหมือนอย่าง โรงเรียนราษฏร์ทั่วๆไป เพราะที่นี่ในโรงเรียน ยังมีพวกนักเรียนประจำกินนอน อาศัยหออยู่ด้วย ความเข้มข้น เลยมากชนิดคูณสอง 555
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :1/12/2553 10:07:26
พวกเด็กนักเรียนประจำ เพื่อนๆจะรู้ดีว่า ใครมีฤทธิ์มาก ทำตัว เปรี้ยว เซี้ยว เฮี้ยว แก่นกล้ามากมาย แอบทำกินขนม ปีนรั้วออกไปหนีเที่ยวกันอย่างไร เด็กประจำด้วยกันจะเข้าใจ และรู้ดี ในพิษสงความซนแสบ ดื้ออย่างแรง และแกล้งหลบใน

หรือบางคนจะออกมา ในรูปแบบที่ทุกวัน จะต้องโดนด่า จากครูประจำหอ หรือโดนทำโทษและอาจถูกไล่กลับไป ไม่ให้พักอยู่ในหอประจำ เพราะทำชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียง อย่างนั้นโรงเรียนจะไม่เอา เก็บไว้ให้เสื่อมสถาบัน

แต่เท่าที่เห็นนักเรียนหอ ส่วนใหญ่จะออกมาในแนว แอบกินขนมในห้องนอน โทษอย่างมาก ก็แค่ทัณฑ์บน อย่าทำ ถ้าทำอีกครั้งจะถูกตี เด็กที่อยู่หอดีๆ จบกันไปเป็นครูบาอาจารย์ อาจารย์ใหญ่รุ่นดิฉัน ผู้อำนวยการก็มากมาย ได้ดิบได้ดี เพราะมีครูประจำเข้มๆ คอยตี 55
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 23:25:06
การเรียนวิชาการทำอาหาร และถนอมอาหาร การแกะเงาะเชื่อมในน้ำหวาน เป็นการโชว์ฝีมือต่อผู้คนในครั้งแรก ของดิฉันที่ทำให้ได้ค้นพบตัวเอง

ดิฉันได้นำเอาไปให้คุณพ่อ คุณแม่ และคนงานลองชิมดู ทุกคนเป็นปลื้ม ยิ้มแบบสบายใจ โดยเฉพาะคุณแม่ท่านยิ่งเซอร์ไพรส์ และไม่คิดว่า เด็กแก่นๆ ลูกสาว อย่างดิฉัน จะทำงานประดิดประดอย ออกมาได้รสชาดดี แถมแกะเงาะได้สวยงาม น่าทานอีกด้วยซิ ไม่เละตุ้มเป๊ะ คว้านออกมา ได้เป็นมืออาชีพเลยทีเดียว

คุณครูที่สอนวิชานี้ ท่านคงมองเห็นแวว ก็เลยให้ดิฉันเรียนต่อเป็นวิชา เกี่ยวกับขนมไทย ลงเป็นคอร์สต่อไป พร้อมกับวิชาของว่าง ของแกล้ม ลองทาน ก่อนอาหารหลักทั่วๆไป

เวลาที่ดิฉันทำอาหารไปส่งที่โต๊ะ คุณครูสอนวิชานี้ทีไร จะเจอครูทำหน้าตาแปลกใจ ทำไม??? ดิฉันก็สงสัย และไม่เข้าใจว่า เราทำสัปปะรดไม่รับประทานหรือไร อร่อยหรือไม่อร่อย

แต่คุณครู ก็ทำหน้าเฉยๆ ไม่ค่อยชม และไม่ว่า แต่ให้เกรดหงุดๆ ก้มหน้า อ่านหนังสือสกุลไทย ตกลงหมายความว่าอย่างไร แต่พอเกรดออกมา ดิฉันต้องตกใจ ได้เอ ทุกคอร์ส ทุกวิชา
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/1/2553 16:18:14
พอมีข่าวดีมาว่า ..จะมีการเสด็จของพระเจ้าอยู่หัว และองค์พระราชินี พร้อมกับพระราชโอรส และพระราชธิดา มาเยี่ยมประชาชน คนในจังหวัดพิษณุโลกก็ตื่นเต้น โสมนัสกันทั่วไป

คุณครูที่สอนวิชาคหกรรมศาสตร์ ท่านเรียกให้ดิฉันไปพบ และบอกว่า โรงเรียนของเรา ได้รับทำหน้าที่ ทำอาหารให้กับผู้ใหญ่ อยากจะให้เธอเป็นคนทำ รับไปสองอย่าง และขอให้ทำสุดฝีมือ เท่าที่สามารถ

ตอนนั้นดิฉันไม่ทราบว่า จะต้องไปทำให้ใครทาน รู้เพียงว่า จะมีแขกพิเศษมาทาน ขอให้ทำให้สะอาด และเต็มที่เท่านั้นเอง

ดิฉันเลือกที่จะทำของว่าง เป็นเมี่ยงลาวข้าวตัง และขนมสอดไส้ ทั้งสองอย่างไม่เคยทำเลย เป็นการทำครั้งแรกในชีวิต แต่คุณครูจัดส่วนผสมมาให้ ดิฉันก็ทำหน้าที่ปรุง รสให้กลมกล่อม เท่านั้นเอง

เวลาทำก็ตั้งใจเหมือนปกติ ไม่มีอะไรที่ใส่เข้าไปเป็นพิเศษอะไรเลย อิอิ ทำไปก็แค่ทุ่มเทใจ ปั้นไส้ ก็ปั้นจนสุดฝีมือ มือนี้พองแดงไปทั้งมือ เพราะไส้ในของขนมสอดไส้ จะต้องปั้นตอนร้อนๆ ถึงจะไม่แข็งตัวจนเกินไป

และพอหลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นำไปส่งให้ห้องคุณครู เห็นมีการจัดเตรียม เพื่อใส่เครื่องพานให้เรียบร้อย ดิฉันเองก็ยังไม่เอะใจ และรีบกลับบ้าน เพราะต้องเตรียมตัว ที่จะไปถวายช่อดอกไม้ในวันรุ่งขึ้น

และจะต้องไปรอที่หน้า ม.ศ.ว. เพื่อนัดเวลาเข้าไปในสนามที่เขาใช้ สนามกีฬา มาทำเป็นสถานที่ให้ประชาชนได้เข้าเฝ้า คืนนั้นดิฉันนอนอย่างไร ก็ไม่หลับเลย พลิกไปพลิกมา ตื่นเต้นว่า..พรุ่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับเรานอนผุด นอนลุก นั่งทั้งคืน

คำว่า ม.ศ.ว. เป็นคำย่อมาจากคำว่า ..มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ..ซึ่งมีแปดสาขา เพื่อเป็นการถวายพระพรให้กับสมเด็จยา และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น ม.น. หรือ มหาวิทยาลัย หรือ ม.นเรศวร ในปัจจุบันนั่นเอง
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/5/2553 20:53:35
ทำไมดิฉันไม่ไปโรงเรียน และทำไมดิฉันถึงมารอที่หน้า ม.ศ.ว. เพราะว่าบ้านเก่าของดิฉันตั้งแต่เกิด สมัยคุณปู่ คุณย่า ตั้งอยู่ตรงนี้ ติดกับกับโรงเรียนไทยกล้าวิทยาคม จะเรียกว่า เดินสองร้อยก้าว และสามารถวิ่ง สามนาทีก็ไปถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย ใกล้ๆแค่นั้นเอง

ดิฉันเห็นคนแปลกหน้า มาจากไหนไม่รู้ เริมทยอยเดินทางเข้ามา บางคนลงมาจากกระบะ มีรถเข้ามาจอดที่หน้ามหาวิทยาลัยกันมากมาย

ผู้คนบางคนมานอนรอตั้งแต่เมื่อคืน เรียกว่าพอเริ่มเช้า ก็มาจองที่นั่ง เพื่อเฝ้ากันอย่างใกล้ชิดมากมายแล้ว ช่างเหมือนงานคอนเสริต์ดาราต่างประเทศ ต้องมาจองที่นั่งก่อน จะได้เห็นใกล้

ผู้คนเยอะแยะ ทยอยเข้ากันไม่ขาดสาย ยิ่งแจ้ง ยิ่งเยอะ คนต่างจังหวัดจะมากัน หาที่นั่งที่ดีเอาไว้ก่อน และยิ่งเข้าใกล้สิบโมง คนเต็มถนนยิ่งเยอะ

ตำรวจจราจรเริ่มเข้ามา จัดที่ทาง นำป้ายห้ามเข้า มาวางบนถนนแล้ว รถยนต์ที่เข้ามาทีหลัง ต้องไปจอดที่โรงเรียนการช่างชาย ปัจจุบันเป็นสถาบันราชมงคลจังหวัดพิษณุโลก
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 22:59:34
ดิฉันเริ่มเข้าไปในบริเวณที่จัดปรัมพิธี และให้ประชาชนนั่งกันเป็นจังหวัด โรงเรียนเริ่มมีป้ายโรงเรียน ของแต่ละโรงเรียนปักอาณาเขต เพื่อให้เด็กนักเรียนของตนเอง ไม่หลงไปนั่งปนของโรงเรียนอื่น เพื่อให้เป็นระเบียบ และไม่วุ่นวาย

ผู้คนที่เข้ามาเริ่มเพิ่มมากขึ้นๆ จากหมื่น ก็เริ่มจะเป็นแสน คนมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ยิ่งสาย ยิ่งแน่น เสียงนกหวีด ไมโครโฟน จากหน่วยประชาสัมพันธ์ และของมหาวิทยาลัย แข่งกันประกาศดัง ฟังกันแทบจะไม่รู้เรื่อง รู้ราว

ดิฉันมองเห็นที่นั่งคอยรับเสด็จ ช่างเขาเอาไม้ไผ่มาตั้งปักไว้ เป็นแถวเป็นแนว เป็นแถวสี่คูณสี่ และเอาหญ้าคามามุง ไม่ให้แดดส่อง ร้อนพอนั่งสบาย

แต่ปีนั้นที่เสด็จ ตรงกับเดือนเมษา มีคนตัดเอาก้านทางมะพร้าว มาปูรองหนาๆ ให้ผู้คนได้นั่งไม่ต้องเจ็บก้นกัน คนจะเข้าเฝ้าต้องเข้ามาในพื้นที่นี้ และอนุญาตให้เข้าได้ถึงแค่เที่ยง

หลังจากเวลานั้นไปแล้ว เขาจะปิดห้ามเข้า เพราะหน้าประตู จะต้องมีตำรวจมาคอยยืนแถว ตลอดแนว จนถึงที่มอบปริญญาบัตร มองเห็นตำรวจเป็นหมื่นๆนาย เฝ้าคอยถวายความปลอดภัย และจงรักภักดี
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/1/2553 16:21:24
ดิฉันเองเกิดการตื่นเต้นอย่างหนัก เช้าก็ไม่ยอมกินอะไร กังวลไปหมด กลัวท้องเสีย กลัวปวดฉี่ เพราะกลัวเรื่องต้องวิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะเวลาเข้าไปในสนามปรัมพิธี เขาไม่อนุญาต เข้าออกตามอำเภอใจ เพราะจะไม่สะดวกในการถวายป้องกัน และห้องน้ำที่นั่น ก็อยู่ตั้งไกล 555

ท้องดิฉันเริ่มมีอาการปวด เพราะความเครียด เกร็งท้องเกร็งไส้ หัวใจเต้นตูมๆ ดังตึกตั๊ก ว่าเมื่อไหร่ทานถึงจะเสด็จ สอบถามใครก็ไม่รู้เรื่อง บางคนว่าเที่ยง บ่ายหนึ่งก็มี บ่ายสองก็ใช่ ได้แต่นั่งรอ ท่องคำราชาศัพท์

และรอจนกว่าจะถึงเวลานั้น ดิฉันต้องอดข้าว อดน้ำ กินคุกกี้เข้าไปสองสามอัน แก้โรคกระเพาะ กินจิบน้ำสองจิบ จะได้ไม่ต้องไปปวดห้องน้ำ และยอมทรมานตัวเอง

พอถึงเวลาบ่ายสอง สามสิบนาที ผู้คนเกิดความเงียบสงบ ลงไปในทันที เนื่องจากมีประกาศจากลำโพงตัวกลางมาว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระราชธิดา ได้เสด็จมาถึงสนามบินแล้ว และใกล้จะมาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว

ทุกคนที่มารอคอยจดจ้อง นั่งฟังกันมา ตั้งแต่ตีสาม ตีสี่ เพราะความอยากจะเข้าเฝ้าพระองค์ ต่างรอคอยที่จะเห็นพระสิริโฉมกัน อากาศวันนั้นเดือนเมษาร้อนมากแค่ไหน ไม่อยากจะบอก

แต่ทุกคนไม่รู้สึก และคิดดูว่าแดดจัดๆ ที่เคยเปรี้ยงๆ ยามเที่ยง กลับมืดครึ้ม เหมือนฝนจะตกลงมาทันที กลายเป็นร่มเงา ไม่ให้ร้อน คิดดูสิคะ ช่างเป็นสิ่งที่น่าแปลกอัศจรรย์ใจเหลือเกิน ว่าบุญพระบารมีมากล้นรำพัน ประมาณใด
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/5/2553 20:55:57
ดิฉันเริมเกร็งท้อง เกร็งไส้หนักขึ้นๆ ถามตัวเองว่า ขณะนี้เราเตรียมตัวไว้ พร้อมหรือยัง ตอบเสียงดังๆว่า.. โอเค.. อิอิ

พอสักพัก จะเห็นนายทหาร มหาดเล็กรักษาพระองค์ แต่งชุดขาวเดินนำหน้า ก่อนนั้นได้ยินว่า ขอให้ประชาชนทุกคน อยู่ในความสงบ

เมื่อท่านทั้งสองเสด็จแล้ว ดิฉันได้เห็นสองพระองค์ อยู่อีกที่ในช่องปรัมพิธี และเมื่อทรงเสด็จใกล้เข้ามาๆ ทุกที ดิฉันได้เตรียมจับพานช่อดอกไม้ และเตรียมจะกล่างคำถวาย เอ่ยคำ..

แต่พอพระราชินี เสด็จมายืนอยู่ตรงหน้าดิฉัน ท่านก็ลงย่อตัวนั่งลงต่ำ ดิฉันกลับตัวแข็ง เหมือนถูกไฟฟ้าช็อตทันที ปากที่จะพูดคำราชาศัพท์ กลับเอ่ยไม่ออก คำกล่าวถวายอะไร มอบให้ลืมไปหมดแล้ว สมองมึน

นึกอะไรไม่ออก ไม่มีเสียงอึ้งและช็อค เงียบไปในทันที ได้แต่ส่งพาน ถวายช่อดอกไม้ ยื่นมือออกไปเงียบๆ ท่านรับ และกล่าวตอบกลับว่า..ขอบใจมากจ๊ะ..
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/5/2553 21:00:38
ดิฉันได้ยินแต่เสียงอันไพเราะ ช่างเสนาะหู.. เสียงพระองค์ก้องกังวาน อ่อนหวาน แต่มีอำนาจทรงพลัง ..

พระองค์ทรงกล่าวเบาๆว่า ลูกสาวคนโตเขาไปเรียนอยู่ที่เมืองนอก ขณะนี้ท่านหมายถึง สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ ผู้หญิงเก่ง และสวย ฉลาด งดงามของดิฉัน

ส่วนองค์เล็ก ที่เสด็จตามท่านมาด้วยนั้น ทรงหมายถึง สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ตอนนั้นท่านยังเป็นสาวน้อยๆ พระพักตร์ ทรงนารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส ถักเปียแต่งชุดกระโปรงสดใส ยิ้มสวยงาม เบิกบานประทับใจ ราษฏรทุกคนที่มาเข้าเฝ้า นายเหนือหัวมากๆเลย และท่านได้กล่าวอะไรอีกหลายๆประโยค เกี่ยวกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

พวกเรานักเรียนฟัง และมอบกราบ ไม่ได้จ้องหน้าพระองค์ แบบตลึงในความงามเหมือนดิฉัน นับเป็นความโชคดีที่สุดแล้วของตัวดิฉัน ที่จะหาอะไรมาเปรียบมิได้ ที่ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดพระองค์พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ใกล้ๆมากขนาดนี้

เป็นบุญของดิฉันจริงๆ ที่พระองค์ทรงเมตตา ประทับนั่งและตรัสด้วย อย่างมิได้ถือพระองค์เลย
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/2/2553 20:48:16
ดิฉันว่าคนที่เกิดมาทั้งชีวิต ดูหนังมาก็มากมาย รับรองได้ไม่เคยเห็นใคร ที่จะมีพระสิริโฉมงดงามเท่ากับองค์พระราชินีไทย พระองค์สวยงามไม่มีที่ติ และไม่มีใครเทียบ อย่างที่ได้รับคำชม มาทั่วโลกเลยก็ว่าได้..เป็นพระราชินีที่สวยที่สุดในโลก

ดิฉันมองพระทนต์ ทรงแน่นเรียงกันเป็นเม็ดข้าวโพดสวย มีสีงาช้าง เรียบเงาเหมือนไข่มุก ผิวพรรณของพระองค์เป็นสีชมพูทั้งองค์ พระพักตร์งามไม่มีที่ติ

ดิฉันปลื้มเอาแต่จ้องหน้า พระองค์ตลอดเวลา ที่ได้เข้าเฝ้า เรียกว่า ไม่ยอมกระพริบตาเลย เพราะกลัวพระองค์จะหายไปจากชีวิตดิฉัน อิอิ

วันนั้น ท่านทรงสิริโฉมยิ่งกว่าใครๆในโลก ก็ยังว่าได้ ดิฉันลืมตัวที่จ้องพระองค์ไม่วางตา แต่ท่านก็เมตตา เด็กสาวน้อยอย่างดิฉัน ทรงพูดและเล่าให้ฟัง ถึงลูกๆของพระองค์ ทรงเสด็จนั่งอยู่ตรงดิฉัน นานกว่าคนอื่นเกิอบยี่สิบนาที

ทำให้ดิฉันอิ่มในการเฝ้าพระราชินี มากกว่าคนอื่นเท่าที่เห็น เพราะบางคนห่วงการถวายบังคม ก็มัวแต่หมอบ ก้มกราบไม่ยกศีรษะมองหน้าเข้าเฝ้าพระองค์ หันไปดู มองเห็นแต่หมอบต่ำ กันไปจนหมด

ดิฉันพอได้ฟังพระสุรเสียง องค์พระราชินีใกล้ๆแล้ว กลับไปบ้านเป็นปลื้มใจ ไม่ยอมกินข้าว กินปลา ได้แต่บอกตัวเองไปว่า ฉันนี้มีบุญจริงๆ พอท่านเสด็จลุกยืนขึ้น มองเห็นท่านทรงชุดไทยบรมพิมาน

วันนั้นท่านใส่สีชมพู เป็นผ้าไหมไทย ปักลายดอกไม้กับผีเสื้อที่ปลายแขน และปลายผ้านุ่ง สดใสงดงามมาก เสด็จโดยใส่รองเท้าสีชมพู เป็นสีชมพูปารีสแสนอ่อนหวาน ท่านมีรสนิยมดีเกินใครๆ เวลาเดินเหิน ดิฉันมองเห็นพระองค์ เปรียบเป็นเช่นนางฟ้า เสด็จมาให้ประชาชน เห็นตรงหน้าองค์เป็นๆ
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/1/2553 21:45:10
หลังจากนั้น ดิฉันมองไปเห็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชุดสีกากีทั้งองค์ กำลังเดินไปที่กลุ่มแม่บ้านอีกกลุ่ม ทรงพระเมตตาต่อประชาชน เท่าเทียมกันของพระองค์

ด้วยการประทับบนผ้าเช็ดหน้า ที่ทางเดินจะมองเห็น คนที่มาเข้าเฝ้า เขาเอาผ้าผืนเล็ก ผืนใหญ่ ตอนแรกท่านเกรงพระทัย ไม่เหยียบไปที่บนนั้น แต่ผ้าที่พวกเขาวางไว้ ปูเป็นผ้าลาดพระบาทของพระองค์ ทุกๆคนขอให้พระองค์ได้วางพระบาทลงบนนั้น

เพื่อจะได้เป็นบุญบารมี ต่อครอบครัวของเขา และเป็นมิ่งขวัญ ความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อๆไป และจะได้นำเอาไปเก็บไว้บนหิ้งบูชา

คนแก่ที่มีอายุมากๆ ผมขาวโพลน อย่างยายที่ได้มองเห็นข้างหน้า ดิฉันได้เห็นภาพประทับใจ ประทับตา คุณยายเอาผ้าเช็ดปาก เช็ดหมากประจำของตัวเอง หยิบออกมาจากระเป๋าเสื้อ แล้วนำเอาผ้าผืนนั้น เช็ดรองเท้าของในหลวง ที่ทรงเดินและเปื้อนฝุ่น ออกไปให้หมด

ในหลวงทรงย่อตัว แบบเกรงพระทัยคนแก่ แต่ท่านก็ยังทรงมีเมตตา หากท่านยกขาออก คุณยายคงเสียใจมาก ท่านปล่อยให้คุณยายทำจนพอใจ และพับเก็บเอาผ้าใส่ไว้ในกระเป๋า คงกลัวหายไป
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 22:53:50
ในหลวงท่านก็ทรงมีพระเมตตา กรุณาตามใจ ปล่อยให้คนแก่ ที่อยากจะแสดงความจงรักภักดีถวาย ได้ทำถวายจนเป็นที่น่าพอใจ และค่อยๆเสด็จเดินไปทักทาย ยกมือโบกให้กับประชาชน ทั้งซ้าย ขวา ดิฉันได้ยินเสียงกึกก้อง ดังทั้งปรัมพิธี เอ่ยแต่คำว่า..ขอทรงพระเจริญ ..

ดังขึ้นมาติดต่อกัน ตั้งหลายๆครั้ง ในแต่ละที่..และทุกพื้นทีที่ทรงเสด็จ จนครบรอบบริเวณสนามฟุตบอล ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นับเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเต็ม จึงได้เสด็จกลับเข้าไปที่ทรงงาน มอบปริญญาบัตร ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ฯลฯ แห่งนี้จนเสร็จ อีกประมาณสามชั่วโมงเศษ

ตัวดิฉันเอง กว่าจะหลุดออกมาได้จากปรัมพิธี สนามฟุตบอลนี้ได้ เกือบจะค่ำแล้ว เพราะเลยห้าโมงเย็น ทางตำรวจเปิดให้ออก จากสนามกลับบ้านได้แล้ว เพราะหากยังไม่ปล่อยคนออก เวลาเสด็จกลับจะยุ่งยากมาก เพราะผู้คนเบียดเสียด แย่งกันออกมาก่อน

ทุกคนได้เข้าเฝ้าประทับใจแล้ว ก็พร้อมที่จะกลับบ้าน ต่างคนต่างปลื้ม พูดถึงแต่สิริโฉมอันงดงาม และบุญบารมี ของในหลวงและพระราชินีกันอย่างแซ่ซ้องว่า..

พระองค์ช่างงดงาม และทรงมีพระเมตตา อีกทั้งสององค์ยังไม่ถือพระองค์เลย และเมตตาตรัสนั่งอยู่ กับพื้นร่วมกับราษฏร ทำกับคนแก่คนเฒ่า และเป็นกันเอง ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้ม ของคนในภาคเหนือตอนล่างชาวพิษณุโลก ประชาชนที่มาเข้าเฝ้า และรอพระองค์ปลื้มใจกลับไปมากมายเหลือเกิน
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 15:08:51
ประชาชนบางคน เดินทางไกลมาจากต่างจังหวัด มารอแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เที่ยงคืน ก็เตรียมมาจองที่นั่ง เพื่อจะได้เห็นพระองค์ เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด

มาจากจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ สุโขทัย ตะพานหิน ลำปาง เถิน มาหมด มารอกันมากมาย

มีรถจอดแน่นอยู่ริมทาง ที่ถนนเป็นหมื่นๆคันเต็มเอี้ยด สนามฟุตบอลที่กว้างๆ ดูแคบไปถนัดตา ยามที่คนเข้าไปนั่งรอคอย ขอเฝ้าในหลวงพระเจ้าอยู่หัวของเรา อันเป็นที่รักและบูชาของพวกเขา

...ไกลแค่ไหน เบียดเสียดอย่างไร จะเหนื่อย ร้อนมาก คอยนานแค่ไหน หัวใจประชาชนชาวไทย ก็ไม่เคยย่อท้อ และไม่มีใครยอมบ่นเลย

ซึ่งสิ่งนี้ แสดงความหมายถึง ความจงรักภักดี ที่ประชาชนมีให้กษัตริย์ และพระราชินี และพระบรมวงศานุวงค์ พระราชวงค์จักรีด้วยใจรัก บูชา และทุ่มเท
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 15:09:22
แต่ที่น่าปลื้มไปกว่านั้นอีก ก็คือ พอเช้าวันรุ่งขึ้น ดิฉันได้ไปโรงเรียน และมีคนบอกให้เข้าไปพบกับครู ที่สอนวิชาคหกรรม ไปเดี๋ยวนี้ ให้ไปอย่างเร่งด่วนด้วย เพื่อนสนิทมาบอกว่า ให้ดิฉันไปพบครูด่วนเดี๋ยวนี้ ดิฉันแปลกใจว่า..

..เอ๊ะ.. ตัวเราไปทำอะไรผิดใจครู ไว้ตอนไหนหรือเปล่า เพราะให้เพื่อนมาเรียกตัวไป คงจะต้องมีอะไรแน่ๆ ปกติคุณครูคนนี้ หน้าท่านจะนิ่งเฉยและดุ ว่าเจ็บมาก 555

และใบหน้าท่านจะนิ่ง ขรึม ไม่เคยยิ้มเลย พอเข้าไปพบในห้องทำงาน วันนี้ท่านกลับยิ้มแย้ม แจ่มใส ต้องผิดปกติ นี่เกิดอะไรขึ้นแน่ๆเลย ท่านบอกว่า.. ขอบใจเธอมากเลยนะ ที่หนูนำชื่อเสียง..มาให้กับโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี..ของเรา

ดิฉันก็เอ๊ะ..เกิดอะไร นั่งฟังแบบงงๆ..ว่า.. ท่านจะพูดถึงเรื่องอะไร ต่อไปแบบใจสั่น ลุ้นระทึก ..

อาจารย์บอกว่า ทางพระราชวัง ให้นางสนองพระโอษฐ์ โทรศัพท์มาชมทางโรงเรียน และชมมาว่า.. ของว่างวันนี้ ที่ทางโรงเรียน นำไปถวายนั้นอร่อยมากๆ ..

องค์พระราชินี.. ท่านตรัสชมมาว่า.. ไม่เคยทานอะไรอร่อย อย่างนี้มาก่อนเลย ดิฉันเลยตกใจมาก ไม่ได้คิดเลยว่า..เมี่ยงลาวข้าวตัง และขนมสอดไส้ ที่ดิฉันปั้นออกไปด้วยใจ และใส่ความรักในหัวใจลงไปเต็มๆ จะออกมา อร่อยได้มากมายขนาดนี้ ..

และเป็นที่ปลื้มใจตัวเองมาก จนเป็นที่สุด ก็คือ ได้ทำถวายเจ้านายเหนือหัว ที่ดิฉันสุดรัก สุดบูชา ช่างเป็นบุญ วาสนาของดิฉันจริงๆ และยังประทับใจ ตลอดมาไม่รู้ลืมจนป่านนี้
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/4/2553 5:31:49
ปกติดิฉันสมัยเด็กๆ ดิฉันจะไม่ค่อยมีโอกาส ได้เข้ามากรุงเทพฯได้บ่อยๆ เหมือนลูกสาวครอบครัวของคนอื่นๆ ยกเว้นในช่วงปลายปี ของบางปี ที่อาจจะโชคดีหน่อย

ถ้าหากมีญาติ หรือคุณพ่อได้เดินทาง เข้ามาทำธุระติดต่อกับบริษัทขายรถ และเพื่อนๆในกรุงเทพฯ แล้ว เมื่อไหร่ละก็ ท่านก็มักจะพาดิฉัน ติดรถยนต์เข้ามาด้วย

และจะมีโอกาสที่จะไปนั่งรถ มองข้างทาง เพื่อดูไฟประดับ ตอนช่วงงานฉลองพระราชสมภพ ของวันที 5 ธันวาคม ของปีนั้นๆ และตั้งแต่ดิฉัน เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯแล้ว

ในแต่ละปี จะมองเห็นไฟ ที่ประดับอย่างสวยงาม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง แถวถนนราชดำเนินตลอดทั้งสาย ก็จะสวย สว่าง สดใส งดงามมากขึ้น ทุกๆปีตลอดไป

ตราบเท่าที่ จนกว่าชีวิตดิฉันอยู่ในโลกนี้ และขอมอบดวงใจ ดวงน้อยๆนี้ ถวายให้พระองค์ และจงรักภักดี ตลอดชีวีจะหาไม่ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ขอถวายพระพร หมื่นๆปี..
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :12/3/2553 15:10:20
เห็นในหลวง มีสุขภาพแข็งแรง และทรงยิ้มได้ ประชาชนอย่างเรา ปลื้มใจเป็นที่สุด ขอทรงพระเจริญคะ
เขียนโดย :ฝนปลายฟ้า
วัน/เวลา :7/12/2553 4:29:05
ด้วยพระบารมี ขอพระองค์ทรงพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเจริญเพคะ
เขียนโดย :ฝ่ายประชาสัมพันธ์
วัน/เวลา :13/12/2553 17:22:48
เหนื่อสิ่งใด เหนือรักใคร คนไทยรักพระเจ้าอยู่หัว
เขียนโดย :ฝ่ายประชาสัมพันธ์
วัน/เวลา :20/12/2553 5:31:16
ขอให้เรายึดพระเจ้าอยู่หัว ยึดในหลวงเป็นหลัก ประเทศไทยของเรา จะได้อยู่กันด้วยความสามัคคี และยืนยงต่อไป ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมกันนะคะ คนไทยทุกๆคน
เขียนโดย :ฝ่ายประชาสัมพันธ์
วัน/เวลา :28/12/2553 5:16:45

 

Log in before, please.

 


 
© 2020 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com