เมนูหลัก
หน้าหลัก
อ่านกระทู้กับฟิโรโดซิเอ
สมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
บ้านหลังแรกของฟิโรฯ
อาณาจักรเอนไซม์ "นรินดา"
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
มติชน
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
สยามธุรกิจ
คมชัดลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
สยามรัฐ
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
อีการ์ดสวยๆ
โหวตสติคเกอร์
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
คุยสบายๆ สไตล์ฟิโรโดซิเอ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ตัวอย่างละอองผงองค์พระพุทธเจ้า เล่มที่ 10..อัตตา อนัตตา ตอน..น้ำมนต์ สิริมงคล ความเชื่อ ศรัทธาของคนไทย
(Reader : 4819)
เราคนไทยกับการพรมน้ำมนต์ เสก เคาะหัวด้วยก้านมะยม ก้านหญ้าคา กำใหญ่ๆ เห็นพระท่านพรม โยมก็รับไว้

น้ำมนต์หาได้ จากวัดต่างๆ มีทั่วไป หรือจากพระที่เข้ามาทำตามพิธี ที่วันดี มีนิมนต์กันไป

ทำเรื่องดี มีสิริมงคล ไม่ใช่ในงานอัปมงคล ได้ยินน้ำมนต์วัดนี้ขลัง น้ำมนต์วัดนี้ดัง กินได้ ดื่มดี

ผีสางหาย โรคภัยหมด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เอาน้ำมนต์สาดเข้าใส่ ผีร้ายดิ้นพราดๆ ไป๊..ออกไป ช่างน่าอัศจรรย์ อะไรจะทำได้ ไม่อยากจะเชื่อเลย..เป็นงง

คำว่า..น้ำมนต์..หมายถึง น้ำที่ผ่านพิธี เจริญพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ จากบรรดา พระเกจิอาจารย์ พระภิกษุธรรมดา

ที่ได้ฝึกการทำสมาธิ มีจิตแน่วแน่ แข็งแกร่ง ฌานสูง มากด้วยบารมี และมักจะใช้บทสวดพระปริตรกำกับ ในพิธีกรรมเป็นน้ำมนต์ นำมาใช้ในการประพรม ดื่ม อาบ ภายในบ้าน ครัวเรือน ป้ายร้านค้า ให้เฮงๆๆ ขายดีๆๆ
เขียนโดย : ฟิโรโดซิเอวัน/เวลา : 8/7/2554 18:47:19
น้ำมนต์ มีมายาวนาน ขนาดไหน ใครรู้บ้าง มีคำกล่าวอ้างมาจากวัดตูม พระเกจิสมัยกรุงศรีอยุธยา เล่าว่า..

..ในสมัยสมเด็จพระนเรศวร ท่านได้ทรงนำน้ำมนต์จากวัดตูม อโยธยา เอามาชุบพระแสง เพื่อปลุกเสก พวกเครื่องพิชัยสงคราม เอาไว้ออกศึกกับพม่า ให้ได้มีชัยชนะต่อกร

เมื่อนำน้ำ บวกเข้ากับพลังจิต เกิดเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ นั้นได้อย่างไร นั่น..สิ อันนี้ ก็น่าสงสัยนะคะ และเป็นเรื่องแปลกมากจริงๆ

ในการใช้น้ำประปา หรือนำน้ำบริสุทธิ์ มาทำพิธีกรรมสวดมนต์ท่องๆๆ แล้วจะกลายมาเป็นน้ำมนต์ ทำให้น้ำเกิดมีพลัง สามารถรักษาคนไข้ คนป่วย เจ็บ มีโรคภัย
ถูกคุณไสย หายได้ แปลก..อย่าง ไม่น่าเชื่อ

ในประเทศไทย เราจะเห็นเกจิ อาจารย์พระดัง ไม่ดัง ร่วมพิธีกรรมต่างๆตลอดเวลา เช่น การปลุกเสกพระ หรือ การทำน้ำพระพุทธมนต์ โดยนำพลังจิตอันสูงส่ง ฌานบารมี เข้าไปบรรจุในน้ำนั้น ได้อย่างน่าทึ่ง ชนิดไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ไม่ลองถูกผีเข้าสักที สองที อย่างตัวดิฉัน แล้วต้องทำพิธีอาบ ดื่ม กินน้ำมนต์ จะไม่รู้ว่า ทำไมน้ำมนต์ธรรมดา ไม่ธรรมดา เจ๋งเก่งจริงๆเลย ผีเข้า จะหายออกไปได้อย่างไร อธิบายไม่ได้ รู้ได้อย่างเดียว ตัวเบาๆ 555
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 18:58:00
การสวดมนต์เพื่อทำพิธีกรรม เกี่ยวกับน้ำพุทธมนต์ มักจะมีบทสวดมนต์ต่างๆ กำกับอยู่เสมอ เช่น บทสวดชินบัญชร สวดเพื่อให้เกิดความคุ้มครอง เป็นเกราะแก้ว ป้องกันภัยร้ายเข้าไม่รู้ตัว

และบทโพชฌงคปริตร สวดเพื่อขจัดโรคภัย ไข้เจ็บ นำความเจริญ รุ่งเรือง มาสู่ผู้ได้รับ ปะ พรม น้ำมนต์ที่ได้ทำพิธีสวดแล้วนั้น

ด้วยการนำพลังจิต บวกเข้ากับน้ำ เป็นการนำพุทธศาสนา เข้ามาผสมผสาน กับทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างลงตัวที่สุด สุดแสนวิเศษ ที่เรามีภูมิปัญญาแบบไทย รักษาไว้ได้ต่อไป

ที่ไหนก็ไม่มี สิงค์โปร์ พม่า เขามีพุทธะ แต่ก็ไม่มีการปะ พรม น้ำมนต์ อย่างไทยเรา ที่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งความรู้สึกสบายใจ ในการได้รับน้ำมนต์ ดื่ม กิน อาบ เอาเข้าตัวเอง

พระอารามหลวง ของเมืองไทย ทั้ง 77 จังหวัดใหม่ล่าสุด จังหวัดบึงกาฬ ล้วนแต่ได้เคยผ่านพิธีกรรมทำน้มนต์อันศักดิ์สิทธิ์ มาแล้วแทบทุกวัด

อย่างบางวัด ได้นำเอาพระกริ่ง มาแช่ในน้ำมนต์ แล้วให้ประชาชน อาบ ดื่ม โรคภัยที่เป็นอยู่ กลับหายไปได้ เป็นเรื่องที่แพทย์ยังหา ที่มาที่ไปไม่ได้ ว่า..ทำไม ถึงทำได้ สงสัย เอ๊ะ..อย่างไร

ทางแพทย์สมัยใหม่ เรารักษากันแบบหมอยา แต่ในทางพุทธศาสนา เราใช้วิธีแบบหมอน้ำมนต์ หากทุกคนมีความศรัทธา ก็สามารถหายขาดได้ ไม่ต้องกลัว แต่เราจะเห็นคนโดนคุณไสย เวลาถูกน้ำมนต์ทีไร คิดว่าโดนน้ำมันเดือดๆ เกิดอาการสะดุ้งโหยง ร้องกริ๊ดๆๆ ดังลั่นทุกที 555
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 19:09:04
คาถาที่นิยมใช้กัน ในการทำพิธีน้ำพุทธมนต์ จะมีคาถาหลักๆดังนี้ คือ หนึ่ง ชินบัญชร สองพระเจ้า 4 พระองค์ สาม คาถาพระเจ้า 16 พระองค์ ห้า คาถาพระมงกุฏพระเจ้า รวมกับคาถาบทอื่นๆแล้ว กว่า 10 พระคาถา

และการทำน้ำมนต์ มักจะเลือกในคืนวันเพ็ญ พระจันทร์เต็มดวง 12 ค่ำ ที่จะเรียกว่า.. น้ำค้างกลางหาว.. จัดว่า เป็นน้ำมนต์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก โดยการนำน้ำใส่กระถัง กะลามัง ไปวางกลางแจ้ง และมีพิธีกรรมสวดมนต์ จนถึงเวลาเที่ยงคืน นำมาเก็บใส่บรรจุ ในโอ่ง ขวด และใช้เป็นน้ำมนต์ ไปได้ตลอดปี

ในทุกๆเช้า เมื่อดิฉันตื่น สิ่งแรกที่จะทำก็คือ ดิฉันจะเปิดเทปธรรมะ ฟังบทสวดมนต์ต่างๆที่มีอยู่ บทสวดที่สำคัญ คือ บทพระปริตร มีตั้งแต่ เมตตปริตร ขันธปริตร ธารณปริตร โพชฌงคปริตร ล้วนเป็นบทพุทธมนต์ ที่ช่วยให้คนป่วย อย่างดิฉัน จากการล้มฟาดพื้น ปางตาย ค่อยๆหาย จากโรคภัยไข้เจ็บ ดีวันดีคืนขึ้นได้

และทำให้อาการบาดเจ็บ ทางเส้นประสาทที่ 4 บริเวณหน้าอกทั้งด้านหน้า และด้านหลังของดิฉัน ดีวันดีคืน ทำให้ดิฉัน สามารถนั่งได้ปกติ เหมือนมนุษย์ธรรมดา ดีมากขึ้นกว่าเดิม และสามารถเดินเหิน ไม่เซล้มลง เสียชีวิตได้ โดยยังขณะที่ไม่ถึงเวลา ก่อนจะหมดอายุขัยของตัวเอง

เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 19:21:56
ได้มีความเชื่อถือกัน เล่ากันมาว่า..พลังอำนาจจิต ในขณะที่พระสงฆ์ กำลังสวดมนต์ ทำพิธีกรรมต่างๆนั้น ท่านได้แผ่พลังจิต อันบริสุทธิ์ จากการทำสมาธิ หรือการสวดมนต์ไหว้พระประจำวัน

และแม้แต่ในการปลุก พระเครื่องต่างๆ จะสามารถแผ่ไปถึงน้ำมนต์ ในบาตรได้ด้วย เมื่อมีปัญหา การเจ็บไข้ได้ป่วย ฆราวาส ก็จะไปอาศัย ขอน้ำมนต์จากวัดดังๆ ที่มีพระเกจิอาจารย์เสก

นำมาผสมกับ น้ำอาบ หรือน้ำดื่ม เพื่อปัดรังควาน ไล่เสนียด จัญไร ถูกต้องของคุณไสย เอาออกไปจากตัวได้ มากกว่าการหาเจ้า เข้าทรง แล้วถูกหลอกลวง

ช่วงที่ดิฉันถูกคุณไสย กระทำของสกปรกเอาเข้าตัว ก็ได้นำน้ำมนต์จากหลวงพ่อสูง มาอาบ บริเวณกลางแจ้ง และก็สัมผัส รู้สึกได้ ด้วยตนเอง เลยว่า..

มีอาการมึนๆ งงๆ ก๋งๆของดิฉัน ที่จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรือเกิดอาการหนักศีรษะ ชนิดหนักไปข้างหน้า หัวทิ่มอยากคะมำ กลับมลายหายไปได้อย่างไร แปลกใจมาก

และดิฉันยังนำมาผสม น้ำดื่มกินจิบทั้งวันเสมอๆ เอาผสมน้ำสะอาดดื่มขับไล่ออกทุกวันๆ เพื่อล้างของสกปรก ที่ตกค้าง ออกไปจากร่างกาย

จนปัจจุบัน ดิฉันก็ยังนำน้ำมนต์ ที่ได้รับจากพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ที่ท่านได้เมตตา กรุณา ให้น้ำมนต์เสกกับดิฉันมา เอาผสมลงไปในโอ่งน้ำอาบ สระผม เพื่อขจัด ปัดเป่า ขับไล่ สิ่งที่อาจจะติดหลงมา ทุกวัน ทุกคืน ..ออกไปๆๆ
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 19:33:00
สมัยก่อนเราเด็กๆ จะเห็นที่วัด มีโอ่งจิ๋ว หรือบาตร บรรจุน้ำมนต์ วางอยู่ข้างๆ องค์พระใหญ่ ในโบสถ์ ในศาลา และหากก้มไปมองในนั้น จะมองเห็นหยดเทียน สวยงาม เป็นดอกพิกุล ดอกแก้ว ลอยอยู่ในน้ำมนต์

เชื่อว่า หากพระท่าน หยอดเทียนดูออกมา หากเป็นดอกไม้ แสดงว่า..ดี แต่ถ้าออกมา เป็นหยดน้ำยาวๆ จัดว่า..มีเคราะห์ สมควรอาบน้ำ แก้..ซ ว ย..

แต่ในปัจจุบัน วัดวาต่างๆ ปรับตัวทันสมัยขึ้น มีการจัดทำ น้ำมนต์แบบพกพา บางวัดเก่ง เจ๋งยิ่งกว่านั้น ทำเป็นหลอดเล็กๆ น่ารัก เหมือนหลอดฉีดยา แถมเขียนชื่อวัด วันที่ ที่ทำพิธีกรรม วัน เดือน ปี มอบให้ ลูกศิษย์ ลูกหา ได้รู้ว่า..น้ำมนต์ขวดนี้ ทำขึ้นเมื่อไร พิธีกรรมอันใด

น่าเสียดาย ที่ไม่มี วัน เดือน ปี และวันหมดอายุอีกด้วย นะคะ อิอิ

แต่ก็ดีมากคะ เพราะสะดวกกับผู้บริโภค อย่างดิฉัน ญาติโยมทั่วๆไป ที่จะนำน้ำมนต์ ติดตัวไปใช้ ไปไหน ก็ควักออกมาได้ ใช้ได้ทันที ทันใจ ทุกเวลา 555

คำว่า..พุทธมนต์..จริงๆแล้วนั้น คำนี้เป็นคำสั่งสอนขององค์พระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้สอน หรือเน้นหนัก ในเรื่องความขลัง ความดัง หรือเด่น เก่งในด้านพิธีกรรม ปลุก เสก เลข อะไรใดๆเลย

แต่เป็นการสวด เพื่อให้เกิดความจำ ความเข้าใจ คำที่ฟังติดหู ได้ง่าย และเข้าใจ ในสิ่งที่พระกำลังสวด ปฏิบัติธรรม กันอยู่ต่างหาก ที่องค์พระพุทธเจ้า ท่านต้องการ ให้นำพุทธมนต์เอาไปใช้ ในพิธีกรรมของสงฆ์จริงๆ ไม่ใช่หาเงินเข้าวัด เข้าห่อของใคร

พิธีกรรม ที่เราจะเห็นการใช้น้ำมนต์ เป็นหลักนั้น ก็มักจะเป็นพิธีมงคล ในพิธีอัปมงคล เช่น งานศพ อย่างนี้ไม่ใช้ แต่จะใช้น้ำมะพร้าว เอามาล้างหน้าศพ เปลี่ยนแทนกันไป

พิธีไหนที่ใช้มาก ก็มีพิธีแต่งงาน พิธีขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้าน เจิมรถ อย่างนี้พระท่านจะได้มีการสลัด ปัดน้ำมนต์ เสร็จสิ้นเป็นอันจบพิธี กลับวัดแล้วละจ๊ะโยม
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 19:49:42
การเชื่อเขาบอก นั้นเป็นเพียงความงมงาย หรือเชื่อโดยไม่ใช้ปัญญา อันนั้นไม่ใช้ชาวพุทธแท้แน่นอน

น้ำมนต์ไม่ใช่ จะเป็นตัวหลัก ยึดการครองเรือน มีคู่ อยู่กินกันจนแก่จนเฒ่า ได้ดีเสมอไป

ยังจักต้องอาศัย การเอาใจเขา ใส่ใจเรา การดูแล ห่วงใย สอบถาม ทุกข์สุข ในกันและกัน ความอ่อนหวาน การไว้วางใจ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

มาเพิ่มเติมเข้าอีกด้วย ความรัก ชีวิตคู่ของคุณจึงจะประคับประคองไปได้ ตลอดรอดฝั่ง ไม่ล่มแยก แตกกันกลางทาง

การตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีสติ ในทุกๆสิ่ง ต่างหากเล่าที่จะทำให้เรา คุณ และทุกๆคน อยุ่กินกัน ปลอดภัยตลอดรอดฝั่ง แม้กระทั่ง การขับรถ ที่เพิ่งเจิมมาแล้วสักครู่ ก็ตาม หากประมาทขับเร็ว ผ่าไฟแดง รับรองมีตาย ชนเละชัวร์ๆ

หรืออัญเชิญเอาพระเครื่องแพงๆ ดัง ขลัง มาสวมคอ เวลาตายพระที่สวมใส่ไว้ ล่องหนหายหมด เพราะพระก็ไม่ช่วย หากขับรถด้วยความเร็ว แถมดื่มสุรา น้ำมนต์วัดดัง ขลังอย่างไร ก็ช่วยไมได้หรอกนะคะ

ยังมีน้ำมนต์อีกชนิด ที่เราไม่ค่อยจะรู้จักกัน นั่นก็คือ.. น้ำมนต์ธรณีสาร.. จะใช้สำหรับถอนสิ่งอัปมงคล แก้เสนียดจัญไร เอาไปกิน อาบ แก้คนไข้ ถูกคุณผี โดนคุณไสยต่างๆ หายไป ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป

จากดำ กลายเป็นขาว สิริมงคลมา อัปมงคลไป แก้อาถรรพณ์ในเรื่องไม่ดี ที่ทำให้เป็นอัปมงคลต่างๆ

จะมีคาถา ที่อยากให้จดจำกันไว้ เพื่อจะได้นำไปใช้ สำหรับคนในครอบครัว หรือช่วยเหลือผู้อื่น ดิฉันได้มาจากหนังสือเก่า คัมภีร์ไสยศาสตร์ฉบับสมบรูณ์ มีคำสวด ดังนี้..

คาถาธรณีสาร

สิโรเม พุทธเทวันจะ ธาราเต ธัมมะเต หัตถะยัง ระรากัญเจวะ เตจะ เพ็ชฉลูกัญ เจหัตเก ปะระเม สุรา สุระ ป่าเทนะ เขวะจะ ประสิทธิเม สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิอาจาริยะ สิทธิตะถาคะโต สิทธิเดโช สิทธิวาโย สิทธิอาโป สิทธิปะฐะวิง นะรัตตะนัง สิทธิพุทธา สิทธิธัมมา สิทธิสังฆา สารพัดสิทธิ ภะวันตุเมฯ
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :7/8/2554 20:10:02
บางพระอาจารย์ ท่านจะนำเอาใบไม้ธรณีสาร มาใส่ในบาตร ในน้ำที่ท่านจะทำน้ำมนต์ ระหว่างขณะทำพิธีกรรมด้วย เพื่อความขลัง และมีพลังศักดิ์สิทธิ์ มากขึ้นกว่าเดิม

การได้รับน้ำมนต์ธรณีสาร เชื่อกันมาว่า..จะปรับธาตุของคน ที่ได้รับน้ำมนต์นี้ และให้ร้านค้า ที่ขายของไม่ดี กลับเป็นทำมาค้าขึ้น ขายของดี เทน้ำเทท่า เฮงๆมีเซ็งลี้ฮ้อ ขายของเก็บเงินไม่ทันเลย

อย่างโรคบางอย่าง ที่บางที คนเป็นเกิดสงสัย ทำไมเราถึงเจ็บสามวันดี สี่วันหาย เดียวยุบ เดี๋ยวป่อง เดี๋ยวปวด อะไรกันหนักหนาชีวิต เป็นๆหายๆ ไม่เข้าใจ เช่น โรคปวดขา ปวดหลัง ถือเป็นโรคเวร โรคกรรม

ลองได้ดื่มกิน น้ำมนต์ธรณีสารเข้าไป ชีวิตจะดีขึ้น เปลี่ยนแปลง ก่อนกิน ควรจะสวดมนต์ ท่องคำว่า..พุทธคุณ สังฆคุณ ธรรมคุณ..

แล้วแบ่งออกน้ำมนต์นี้ ให้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเก็บเอาไว้ดื่ม ผสมน้ำสะอาดจิบๆ ไปเรื่อยๆ ทั้งวัน และอีกส่วนให้ใส่ลงไป ในโอ่ง ตุ่ม หรือถังน้ำ เก็บเอาไว้อาบ สระผม เพื่อขับไล่เสนียดจัญไร คุณไสย ออกไปๆๆ

การใช้น้ำมนต์นี้ มาอาบน้ำ เวลาที่ตกต้องธรณีสาร เช่น การเดินไปดีๆ เจอหมาเยี่ยวรดตีนหน้าตาเฉย หรือคนที่มีคดีความ ถูกจำขัง และไปรับคนออกมาจากคุกเวลาเข้าบ้าน เขาก็จะให้ข้ามกะลามัง เอาใบส้มโอวางไว้ เพื่อให้สิ่งที่ไม่ดี ตกลงไปที่นั่น และอาบน้ำมนต์ธรณีสาร เพื่อเอาของที่ติดมาจากคุก ตะราง ให้หมดไป

จะได้ไม่ต้อง กลับไปสู่วงจรเดิมๆ นั้นอีกแล้ว หรือบางที มีของแปลก อย่างเช่น เจอเห็ดงอกบนเตาไฟ อย่างนี้ คนโบราณถือว่าเป็นเรื่อง อัปมงคล และการเหยียบประตูศาลเจ้า ต่างๆอย่างนี้ ก็ถือว่า ต้องธรณีสาร คือ ได้รับสิ่งที่ไม่ดี เป็นอัปมงคล เข้ามาสู่ชีวิตของคุณ

ประโยชน์ที่แท้ ของน้ำมนต์ธรณีสาร ที่เรานำเอามาใช้ เกี่ยวกับบ้านเรือน ก็มีเช่น การนำเอาน้ำมนต์นี้ ไปปะ พรมราด ตรงบริเวณพื้นดิน ที่จะสร้าง วาง ศาลพระภูมิ ทำได้โดยนำน้ำธรรมดา ไปให้พระสวด พระพุทธมนต์ ทำเหมือนน้ำมนต์ทั่วไป แต่อาจจะแตกต่างกันนิดหน่อย ก็คือ ควรเลือกวันดีด้วย เพื่อความมงคลของ ผู้ที่อยู่อาศัย

วันที่ถือเป็นวันมงคลฤกษ์ เหมาะสำหรับ ทำการมงคล ทุกๆอย่างได้แก่ วันข้างขึ้น ข้างแรม 2 ค่ำ 4 ค่ำ 6 ค่ำ 9 ค่ำ 11 ค่ำ และเชื่อว่าวันอาทิตย์ เป็นวันแรง แต่จะเป็นวันแรง และวันร้อนซ้อนกัน ต้องระวัง
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 20:26:12
มีคำท่องติดปากของคนหลายๆคน ที่ใช้แทน การ ปะ พรมน้ำมนต์ สำหรับผู้ที่ถูกต้องคุณไสย ด้วยการดื่ม กิน อาบ แทน ด้วยคำที่ว่า..

..อะ สัง วิ สุ โร ปุ สะ พุ ภะ..ในเก้าคำนี้ เพื่อใช้แก้การต้องธรณีสาร หรือถูกกระทำ โดนของจากคุณไสย ได้เช่นกัน ดิฉันเองก็ท่องบทนี้เหมือนกัน จึงรอดตาย หายได้อย่างน่าอัศจรรย์

อะไรหรือ ที่อยู่ในบาตรน้ำมนต์ เพื่อจะนำมาทำพิธีกรรมนั่นนะสิ เราจะเห็นแต่ละวัด ก็มีวาไรตี้ มีสไตล์เป็นของวัดตนเอง หลายวัด ทำแตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน ตามครูบาอาจารย์สอนสั่งมา

พระไทยบางองค์ บางวัด ท่านอาจจะใช้ พระกริ่ง บางวัด ก็นำเอาพระเครื่องเก่าเก็บ เนื้อว่าน แต่เนื้อผงไม่ได้นะคะ

เพราะแช่ลงไปในน้ำแล้วละก็ พระสมเด็จของแท้ ก็หมดเละเทะ เสียหายใช้ไม่ได้ หมดกันเสียดายๆๆ 555

ส่วนใหญ่พระจะเลือก ตามความศรัทธา ในพระเครื่ององค์นั้นๆ เอาเข้าไป ใส่ในบาตร แต่ที่ดิฉันเคยเห็นพระองค์หนึ่ง ซึ่งท่านมาจากเขมร เก่งมากในการแก้คุณไสย ท่านนำเอาเปลือกหอยหลายชนิด มีแต่หอยมากมาย แช่เอาไว้ในบาตรของท่าน เอาไว้ทำพิธีกรรม แปลกจริงๆไม่เคยเจอ

แล้วถ้าหาก ดิฉันหรือคนธรรมดา จะทำน้ำมนต์กันเอง จะได้หรือไม่? อยากรู้ เมื่อมีคำถาม ย่อมมีคำตอบ หากคนธรรมดาๆ ที่จะประสงค์ทำน้ำมนต์ ด้วยตนเองนั้น สำคัญอยู่ที่สุด คือ พลังจิต ที่ถึง

หรือแกร่งจริงแท้ ของผู้ที่ทำน้ำมนต์นั้น จะต้องมีพลังจิตสมาธิขั้นสูง เดินปราณได้ และพลังจิต ที่จะถ่ายเทลงไป จะแทรกซึมในน้ำที่อยุ่ด้านหน้า ตอนทำพิธีได้ง่าย และเมื่อจะมีการนำไปใช้ ปราณและจิต ที่ท่านแผ่ไป ก็จะแทรกซึมไปยังที่ต่างๆ ได้ง่าย เช่นกัน

แต่เวลาที่จะทำพิธีกรรมทุกครั้ง ก็จะต้องมีการอารธนาอัญเชิญเทวดา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มาประสิทธิ์ให้เกิดความมงคล แค่เพียงจิตถึงอย่างเดียว ยังไม่พอ 555

ในการทำน้ำมนต์ ให้ได้ฤทธิ์หรอกนะคะ ยังต้องมีสิ่งอื่นๆ ประกอบกันเพิ่มด้วย ถึงจะมีพลังบุญอันสมบรูณ์ และเมื่อนำเอาไป ดื่ม กิน อาบ จึงจะได้ผลดี มีพลังแข็งแกร่ง และขลังจริง
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 20:40:19
บทสวดอีกบทหนึ่ง ที่เรามักจะได้ยินกันมาว่า..บทสวดมนต์อีกบทของพระพุทธเจ้า ที่พระสงฆ์มักจะนำไปสวดกันเสมอ ในการทำพิธกรรมทำน้ำมนต์ นั่นก็คือ

บทรัตนสูตร ( ยังกิญจิ) เราจะเห็นกันว่า พระจะเดินหน้า คนถือบาตรจะตามหลัง จนเป็นความชินตา แต่เราจะไม่เคยเห็นพระองค์ไหนอุ้มบาตร ชนิดไปไหน ไปด้วย แล้วก็ยกไม้ พรมน้ำ แชะๆๆด้วย 55

คงอาจจะไม่สะดวก กลัวลื่นล้ม หรือทำบาตรคว่ำ เพราะไม้ที่นำมาใช้เป็นตัวเอก ในการพรมน้ำมนต์นั้น ในสมัยก่อน มักจะใช้กิ่งมะยม เพราะหาได้ง่ายๆ ทุกบ้านก็มี สามารถเด็ดสดๆ นำเอามาใช้ได้เลยทันที และไม้มะยมก็มีความหมายดี เป็นมงคลในความนิยม ชมชอบ

ต่อมามองหา ไม้มะยมยากขึ้นทุกวัน เพราะบ้านเรือนทันสมัยขึ้น คนสมัยใหม่ไม่ค่อยจะปลูกมะยมหน้าบ้าน ไม่มีพื้นที่กว้างๆพอ ให้ปลูกไม้มงคล ได้ตามใจฉัน เพราะคนเมืองที่ดินแพง อยู่คอนโดพื้นที่นิดเดียว ต้องใช้พื้นที่ให้คุ้ม และมะยมเป็นไม้ที่ใหญ่ กิ่งก้านใบ ร่วงรก ต้องเก็บกวาดตลอดเวลา

เมื่อชีวิต มันต้องรวดเร็วและว่องไว ไม่เหมือนคนสมัยก่อน พระท่านก็เลยต้องปรับตัว ด้วยการนำเอาใบหญ้าคาตากแห้ง มามัดรวมกันเข้า มองหาความยาวประมาณ 2 คืบ เพื่อจุ่มลงไปในบาตรได้สะดวก และสลัด

และความยาวตรงจับ เผื่อไว้ อีก 1 คืบ รวมเป็น 3 คืบ เป็นส่วนที่เอามือจับไว้ แค่จับถนัดมือ ถือได้พอดี และปลายก้านของไม้บริเวณด้าม พระจะนำเอาไนล่อนถัก เพื่อกันมือลื่นหลุด กระเด็นเหวี่ยงไปโดนหัวโยม เวลาสลัด 555
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 20:51:41
บทรัตนสูตร นอกจากจะเป็นบทกำกับการทำน้ำมนต์ ที่วิเศษที่สุดแล้ว พระที่นั่งเป็นหัวหน้า จะนั่งหัวแถว ท่านจะเป็นผู้ทำน้ำพุทธมนต์เสมอ ไม่มีพระองค์สองทำ จำไว้นะคะ

โดยจะเริ่มการหยดเทียน ลงไปในน้ำมนต์ในบาตร เทียนที่ใช้ ก็จะเป็นเทียนแท้กี่ชั่ง เลือกได้ตามใจ ความสะดวก เสร็จแล้ว ท่านจะเริ่มท่องตั้งแต่ ..

..แย สุปปะยุตตา หรือ ขีณัง ปุ ราณัง พอถึง คำว่า..นิพพันติ ธีนส ยะถายัมปะทีโป...

.. ก็ให้ดับเทีบน แล้วนำเอาเทียน จุ่มลงไปในน้ำมนต์ ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธีกรรม และนำก้านไม้หญ้าคา จุ่มสลัดน้ำมนต์

ก่อนจุ่มควรเคาะด้วย ไม่อย่างนั้น จะเป็นการอาบน้ำ มากกว่า การปะ พรม ซึ่งบางวัด สลัดอย่างโชก 555

และเพื่อความสิริมงคล ทำกันได้เลย แต่ก่อนที่จะสลัดน้ำมนต์ พระบางองค์ จะท่องคาถากำกับ ไปด้วยคำว่า..อุ อา กะ สะ..

หรือคำใดๆ ก็ได้ ที่เป็นคำมงคล เพื่อให้ผู้รับ โยมได้รับความชุ่มเย็น ในจิตใจ กลับไปบ้านเรือนของตนเอง ยิ้มได้ สบายใจ
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 21:03:07
บทสวดรัตนสูตร ( ยังกิญจิ ) ที่พระจะใช้ หรือคนที่อยากจะทำน้ำมนต์ มีคำสวดดังนี้ คือ

ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา

สะเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตัง

นะ โม สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ

อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง


เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ

ยะทัชฌะคา สักยะมุนี สะมาหิโต

นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ

อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง

เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ


ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณะยีสุจัง

สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ

สะมาธิ เตนะ สะโม นะ วิชชะติ

อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง

เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ


เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัฏฐา

จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ

เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา

เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ


เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ

นิกกามิดน โคตะมะสาสะนัมหิ

เต ปัตติปัตตา อะมะตัง วิคัยหะ

ลัทธา มุธา นิพพุตัง ภุญชะมานา

อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

ลัทธา มุธา นิพพุตัง ภุญชะมานา

อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ


ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง

วิริตตะจิตตายะติเก ภะวัสมิง

เต ขีระพีชา อะวิฬุหิฉันทา

นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป

อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ




เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 21:18:27
พระบางท่าน บางองค์ เคยคิดที่อยากจะทำน้ำมนต์ พรมให้ญาติโยม ฆราวาส แต่หาบทสวดมนต์ บทใดหนอ ที่จะใช้ได้ท่องถูกต้อง แต่หามาท่องไม่ได้ ขอเชิญนำไปใช้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข กันเถิดนะคะ สาธุคะ

อาจมีคนเคยสงสัยว่า ทำไมก้านที่ใช้มาทำ เป็นวัสดุปะ พรมน้ำมนต์ ทำไมจึงต้องเป็นหญ้าคา เป็นตะไคร้ ใบมะกรูด หรือสมุนไพรประเภทอื่นๆ ที่มีกลิ่นหอมได้หรือไม่ หรือเป็นดอกไม้ที่มีก้านยาว นั่นสิ..น่าสงสัย

ดิฉันได้สอบถาม พระผู้รู้ มาว่า..การที่นำหญ้าคาตากแห้ง เน้นด้วยว่า..ต้องตากแห้งมาก่อน ไม่นิยมสด อาจจะคิดในแง่ที่ว่า สามารถทำให้เกิดราได้ หากแช่น้ำไว้ และกลิ่นที่ปะ พรม ออกไป จะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

ในทางพุทธศาสนา หญ้าที่มีมา ในสมัยพุทธกาล เป็นที่ประทับโพธิบัลลังก์ ขององค์พระพุทธเจ้า ที่ท่านตรัสรู้ ณ. ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ. พุทธคยา ที่นั่นเอง

และหญ้าคา จัดเป็นหญ้ามงคล ใช้ขจัดปัดเป่า เภทภัย ศัตรู โรคาพญามาร จึงถือว่า เป็นไม้สูง เช่นเดียวกับไม้มะตูม

ในคติพราหมณ์ ความเชื่อถือของหญ้าคา ถือว่าเป็นของสูง เพราะเคยเป็นที่รองหม้อน้ำ อมฤต ขององค์พระศิวะ ผู้เป็นเทพเจ้า ได้เคยใช้ดืมมาแล้ว

ฟิโรโดซิเอ
เขียนโดย :ฟิโรโดซิเอ
วัน/เวลา :8/7/2554 21:28:35

 

Log in before, please.

 


 
© 2020 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com